
อาเซียนดันแผนหนุนรายย่อย
อาเซียนผุดแผนปฏิบัติการหนุนรายย่อย ส่งเสริมการเติบโต-ลดข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ
อาเซียนผุดแผนปฏิบัติการหนุนรายย่อย ส่งเสริมการเติบโต-ลดข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ
การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ครั้งที่ 27 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 18-22 พ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มประเทศอาเซียนได้ออกแผนปฏิบัติการยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) อาเซียน 2016-2025 รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
ทั้งนี้ แผนการดังกล่าวประกอบไปด้วยมาตรการเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การเพิ่มความสามารถในการผลิต เทคโนโลยี และนวัตกรรม การยกระดับการเข้าถึงตลาดและการส่งเสริมการส่งออกของเอสเอ็ม อี การร่วมมือกันระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อผลักดันนโยบายเอสเอ็ม อี รวมถึงการสนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อีกด้วย
ขณะเดียวกัน สภาให้คำปรึกษาทางธุรกิจอาเซียน (เอแบค) ยังได้เปิดตัว โกรทแอคเซอเรอเรเตอร์ เอ็กซ์เชนจ์ (จีเอเอ็กซ์) ซึ่งเป็นช่องทางเพื่อตอบสนองความต้องการทางการเงินของกลุ่มเอสเอ็มอีแบบดิจิทัล โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อช่วยจัดการข้อจำกัดด้านเงินทุนของกลุ่มเอสเอ็มอี เพื่อให้เอสเอ็มอีเติบโตได้เต็มศักยภาพ
ด้านนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมหารือร่วมกับธนาคารกลางมาเลเซีย เพื่อหามาตรการส่งเสริมให้เอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น โดยธนาคารต่างๆ ก็ควรรับรู้ถึงปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อของเอสเอ็มอี
สำหรับการหารือดังกล่าวมีขึ้นเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศ และเพื่อให้กลุ่มเอสเอ็มอีได้รับประโยชน์จากเออีซี เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมากลุ่มเอสเอ็มอีประสบปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ยืมจากธนาคารและสถาบันการเงินในประเทศ แม้เอสเอ็มอีจะมีบทบาทต่อเศรษฐกิจของมาเลเซียเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ นาจิบยังกระตุ้นให้เอสเอ็มอีเข้ารับคำปรึกษาจากเอสเอ็มอี คอร์ปอเรชั่น (เอสเอ็มอี คอร์ป) บริษัทผู้ให้การพัฒนาเอสเอ็มอีของมาเลเซีย เพื่อบอกเล่ารายละเอียดปัญหาที่เอสเอ็มอีต้องเจอในการขอสินเชื่อ
“อาจเป็นไปได้ว่าเอสเอ็มอีมีโมเดลการทำธุรกิจที่ไม่สมบูรณ์ดี หรือเอสเอ็มอีไม่รู้ว่าจะวางแผนธุรกิจได้ยังไง” นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าว
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยช่วยสนับสนุนมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของทุกประเทศในอาเซียนรวมกันได้มากถึง 2.57 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 92 ล้านล้านบาท)







