posttoday
บรรษัทภิบาลไทย...ก้าวไกล

บรรษัทภิบาลไทย...ก้าวไกล

25 พฤศจิกายน 2558

โดย...ปริย เตชะมวลไววิทย์

โดย...ปริย เตชะมวลไววิทย์

วันนี้ผมมีเรื่องที่น่าภาคภูมิใจมากของประเทศมาเล่า เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา กลุ่มหน่วยงานกำกับตลาดทุนในอาเซียน ที่เรียกว่า ASEAN Capital Markets Forum (ACMF) ภายใต้การสนับสนุนหลักของธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank – ADB) ได้จัดงานมอบรางวัล ASEAN CG Scorecard ขึ้น ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อยกย่องความมุ่งมั่นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในภูมิภาคอาเซียน ที่ได้นำหลักการกำกับดูแลกิจการ หรือบรรษัทภิบาล (Corporate Governance – CG) มาใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทจดทะเบียนของไทยได้สร้างชื่อเสียงบนเวทีนี้เป็นอย่างมากครับ

ตั้งแต่มีการประเมินและประกาศผล ASEAN CG Scorecard มาหลายปี ประเทศไทยมีความโดดเด่นมาอย่างต่อเนื่อง และปีนี้ซึ่งมีการประกาศผล Top 50 ของอาเซียนเป็นครั้งแรก มีบริษัทไทยถึง 23 บริษัท ถือเป็นประเทศที่มีบริษัทติดอันดับสูงสุด

นอกจากนี้ ก็ยังมีการประกาศรายชื่อ 5 บริษัทแรกที่ได้คะแนนสูงสุดด้วย ในจำนวนนี้มีบริษัทไทยติดอันดับถึง 2 บริษัท ซึ่งได้แก่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล และบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น

โครงการจัดทำ ASEAN CG Scorecard ริเริ่มโดย ACMF ตั้งแต่ปี 2554 และเริ่มประเมินในปี 2555 เพื่อยกระดับมาตรฐาน CG ของ บจ.ในอาเซียนอันจะสร้างความเชื่อมั่นแก่ตลาดทุนและส่งเสริมให้สินค้าในตลาดทุนของภูมิภาคเป็นที่น่าสนใจของผู้ลงทุนจากทั่วโลก เพราะ ACMF มองว่า แนวโน้มการลงทุนข้ามพรมแดนในอาเซียนจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ จึงมองว่า น่าจะมีการประเมิน CG ของ บจ.ในอาเซียนให้ผู้ลงทุนได้เห็น เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจลงทุน คือเอาผลการประเมิน CG ของ บจ.ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด 100 อันดับแรกของ 6 ประเทศ คือ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซียและไทย แล้วจึงนำคะแนนที่ได้ทั้งหมดมาประกาศผล บจ.ที่ได้คะแนนสูงสุด 50 อันดับแรก

เรื่อง CG เป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ เพราะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการบริษัทที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ในช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 นั้น มีการกล่าวขานกันว่า การขาด CG ที่ดี คือต้นเหตุของปัญหาที่ลุกลามและสร้างความเสียหายในวงกว้าง ประเทศไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริม CG อันจะสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนและสร้างความยั่งยืนให้แก่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ 

ในปี 2545 รัฐบาลได้ประกาศให้เป็น “ปีบรรษัทภิบาล” และได้จัดตั้ง “คณะกรรมการบรรษัทภิบาลแห่งชาติ” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมเป็นกรรมการเพื่อขับเคลื่อนเรื่อง CG ให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นและต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ด้วยความร่วมมือและมุ่งมั่นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัท ไทย (IOD) สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้ประกอบธุรกิจ เป็นต้น ประกอบกับการส่งเสริมและผลักดันอย่างจริงจังของ ก.ล.ต. CG ของตลาดทุนไทยได้พัฒนาจนขึ้นมาเป็นผู้นำของภูมิภาคในหลายๆ ด้านครับ

นอกจากผลการประเมิน ASEAN CG Scorecard แล้ว ผลประเมินอื่นในเวทีสากลต่างๆ ประเทศไทยก็ได้คะแนนดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นที่ประจักษ์ด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านบรรษัทภิบาลโดยธนาคารโลก ในปี 2555 ที่ตลาดทุนไทยเป็นผู้นำในภูมิภาค โดยได้คะแนนสูงในทุกเรื่องที่สำคัญ และได้คะแนน 82.83 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน หรือในรายงาน CG Watch ที่จัดทำโดย Asian Corporate Governance Association และ CLSA Asia-Pacific Markets ซึ่งประเมินในปี 2557 ประเทศไทยก็ได้รับการประเมินในอันดับที่ 4 จาก 11 ประเทศครับ

ก.ล.ต.ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จในครั้งนี้ ที่เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บจ.ไทยที่ได้ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นพัฒนา CG อย่างต่อเนื่องตลอดมา และขอขอบคุณ IOD ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันโครงการนี้มาตั้งแต่ต้น ตลอดจนทุกความร่วมมือร่วมใจดำเนินการที่จะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท ตลาดทุน ตลอดจนเศรษฐกิจของประเทศครับ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน