posttoday
‘TOG’ลุยตลาดเออีซี

‘TOG’ลุยตลาดเออีซี

25 พฤศจิกายน 2558

TOG หันลุยตลาดเออีซีมุ่งตลาดระดับกลาง-บน สร้างแบรนด์ ลดงานโออีเอ็ม

TOG หันลุยตลาดเออีซีมุ่งตลาดระดับกลาง-บน สร้างแบรนด์ ลดงานโออีเอ็ม

นายธรณ์ ประจักษ์ธรรม กรรมการและผู้จัดการ บริษัท ไทย ออพติคอล (TOG) ผู้ผลิตและจำหน่ายเลนส์สายตาพลาสติก เปิดเผยว่า บริษัทได้กำหนดแผนดำเนินงาน 5 ปี (2559-2563) โดยปรับกลยุทธ์หันมาบุกตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มากขึ้น เพื่อต้องการลดรายได้จากการรับการผลิต (โออีเอ็ม) ของลูกค้าต่างประเทศกลุ่มยุโรปและสหรัฐลงปัจจุบันเป็นโออีเอ็มเกือบทั้งหมดให้เหลืออยู่ที่ 85-90% ภายใน 5 ปี ถือเป็นการบริหารความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนสูงด้วย

ทั้งนี้ บริษัทจะเน้นการสร้างแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง (เฮาส์แบรนด์) ชื่อ TOG Excelite เน้นเจาะฐานกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน  ต่างจากเดิมที่โออีเอ็มมีแต่ลูกค้าระดับบน โดยตั้งเป้าว่าภายใน 5 ปี จะต้องมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มประเทศเออีซีเป็น 10-15% เพราะอยู่ในช่วงเริ่มต้น หรืออยู่ในอันดับ 1 ใน 5 ของเออีซี

“เราบุกตลาดเออีซีเพราะเห็นโอกาสและช่องทางความเป็นไปได้ของการทำกลยุทธ์ เนื่องจากยังมีความต้องการใหม่และจำนวนมาก  นอกจากนั้นบริษัทยังทำการตลาดในผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นได้มากขึ้นทั้งระดับบน กลาง ล่าง ที่สำคัญการมีเฮาส์แบรนด์ของตัวเองจะทำให้บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิที่มากกว่าทำโออีเอ็ม”

ขณะเดียวกันบริษัทได้ร่วมลงทุนกับบริษัท 3 ประเทศเออีซีและมีโรงงานเป็นฐานการผลิตขนาดเล็ก เริ่มจากมาเลเซียและสิงคโปร์มาตั้งแต่ปี 2554  จากเหตุการณ์น้ำท่วมทำให้บริษัทจำเป็นต้องมองการส่งสินค้าไปประเทศเพื่อนบ้านก่อน 2 ประเทศนี้เป็นตลาดเลนส์พรีเมียมได้แต่จะมีปริมาณการขายได้น้อย ส่วนที่ประเทศเวียดนามเพิ่งเริ่มปี 2556 และกำลังจะเริ่มรุกอย่างจริงจังในปีหน้าเป็นต้นไป โดยกำลังพิจารณาว่าจะมีการขยายฐานการผลิตไปเวียดนามเพิ่ม

สำหรับประเทศอื่นในเออีซีอย่างเมียนมา อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เบื้องต้นยังเป็นการมีคู่ค้าและตัวแทนจำหน่ายไปขาย แต่ขณะเดียวกันก็กำลังมีการหารือกับบริษัทในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ในการร่วมทุนและเข้าไปทำธุรกิจมากขึ้น อย่างน้อยบริษัทต้องการถือหุ้น 30%

นายธรณ์ กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทได้เข้าไปซื้อบริษัท โพลีซัน ที่ดำเนินธุรกิจผลิตเลนส์ย้อมสีและเลนส์ตัดแสงเพื่อทำแว่นกันแดดมาเมื่อต้นปี ซึ่งก็เริ่มรับรู้กำไรจากการดำเนินงานมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา แต่อนาคตบริษัทสามารถนำเลนส์บริษัทนี้มาผลิตให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น เพราะทำการตลาดน้อยและยังเน้นทำส่งแต่ลูกค้าเดิม

“สิ่งที่ได้จากบริษัท โพลีซัน คือการรับรู้กำไรสุทธิที่มาพร้อมกับฐานลูกค้าในต่างประเทศ แต่สิ่งสำคัญคือทำให้สามารถมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในต่างประเทศฝั่งยุโรป สหรัฐ หรือเออีซี และยังทำให้บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นได้ จากปกติอัตรากำไรของเลนส์ที่ TOG ทำอยู่ที่ 10-11% แต่เลนส์นี้มีอัตรากำไรสุทธิที่ 15-18%” นายธรณ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม คาดว่าปีนี้รายได้จะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ทำได้ 1,869 ล้านบาท โดย 9 เดือนที่ผ่านมาทำได้ 1,326 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิมีโอกาสมากกว่าปีก่อน โดย 9 เดือนทำได้แล้ว 174 ล้านบาท เนื่องจากครึ่งปีแรกบริษัทมีค่าใช้จ่ายการซื้อโพลีซันมา แต่ไตรมาส 3 เริ่มมีทิศทางดีขึ้นในการรับรู้กำไรจากบริษัทย่อย ประกอบกับบริษัทมีนโยบายลดต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่าย เพิ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้น และยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแนวโน้มไตรมาส 4 ค่าเงินบาทก็มีทิศทางอ่อนค่าต่อเนื่องจากที่ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. และส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าซึ่งดีต่อบริษัท

สำหรับไตรมาส 4 คาดว่าผลประกอบการจะใกล้เคียงหรือน้อยกว่าไตรมาสก่อนหน้า เพราะปกติไม่ใช่ไฮซีซั่นของธุรกิจ แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจะดีกว่าเพราะมีการรับรู้บริษัทย่อยเข้ามา

นอกจากนั้นเหตุการณ์ก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในยุโรปไม่ได้กระทบต่อคำสั่งซื้อของลูกค้าแต่อย่างใด ปัจจุบันเป็นลูกค้ายุโรป 40% และปริมาณคำสั่งซื้อลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้ลดลง แม้มูลค่าลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คันทรี่กรุ๊ป ประเมินแนวโน้มกำไรปี 2558 ของ TOG ที่ 183 ล้านบาท ลดลง 10% จากปี 2557 แม้ว่าแนวโน้มรายได้จะสามารถขยายตัวได้จากปีก่อน 5% จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า เนื่องจากความสามารถในการทำกำไรที่ลดลง เพราะความต้องการซื้อสินค้า อัตรากำไรสูงในตลาดยุโรปมีความต้องการชะลอตัว ในระยะยาว การแข่งขันของสินค้าจากประเทศจีนไม่ได้สร้างแรงกดดัน เนื่องจากสินค้าของ TOG ที่เน้นการขายในตลาดสินค้ามีคุณภาพมากกว่าราคา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท