
ผ่าแผนธุรกิจกสทฯ ดันมือถือฟื้นรายได้7หมื่นล.
โดย...วิทยา ปะระมะ
โดย...วิทยา ปะระมะ
เป็น 1 ใน 7 รัฐวิสาหกิจที่ถูกคาดโทษให้ต้องฟื้นฟูกิจการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในเดือนมี.ค.ปีหน้า สำหรับบริษัท กสท โทรคมนาคม ไม่เช่นนั้นจะถูกคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ใบแดงและจะมีบทลงโทษต่อไป
แต่หากเทียบกับรัฐวิสาหกิจ อื่นๆ กสทฯ น่าจะยืนอยู่ในจุดที่น่ากังวลน้อยกว่า เพราะกิจการมีกำไรและเลี้ยงตัวเองได้ โดย 10 เดือนแรกปีนี้ กสทฯ มีรายได้ 4.35 หมื่นล้านบาท มีกำไร 3,200 ล้านบาท
เพียงแต่ กสทฯ ยังคงถูก คนร.จับตามองเรื่องการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่มีอยู่ และแก้ไขข้อพิพาทต่างๆ กับเอกชนเท่านั้น
“หากพิจารณาผลการดำเนินการของ กสทฯ โดยไม่รวมรายได้จากสัมปทาน จะพบว่าปี 2555 รายได้อยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท ปี 2556 อยู่ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท ปี 2557 ขึ้นมาที่ 3.9 หมื่นล้านบาท และปี 2558 อยู่ที่ 4.03 หมื่นล้านบาท ก็จะเห็นว่าเรามีรายได้จากการดำเนินการด้วยตัวเอง Growth ขึ้นตลอดเวลา และคิดว่าจะรักษาสภาพนี้ต่อไปได้ในอนาคต” พ.อ.สรรพชัยหุวะนันทน์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ กสทฯ กล่าว
พ.อ.สรรพชัย ตั้งเป้าว่า กสทฯ จะทำรายได้ให้กลับไปยืนที่ระดับ 6-7 หมื่นล้านบาท เช่นเดียวกับตอนที่มีรายได้หลักจากสัมปทาน โดยเฉพาะจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ที่ขณะนี้สร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วน 50% ของรายได้รวม และ กสทฯ จะเข้าสู่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะเติบโตแบบก้าวกระโดด นอกเหนือจากธุรกิจแอพพลิเคชั่นบนมือถือ และบริการ IoT (Internet of Things)
“สิ่งที่ขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ยังคงมาจากธุรกิจมือถือบนคลื่น 850 MHz ซึ่งได้ขาย Capacity บนคลื่น 850 MHz ให้ ‘เรียลมูฟ’ ในสัดส่วน 80% และอีก 20% กสทฯ นำมาให้บริการเองภายใต้แบรนด์ My แม้ว่าในปีหน้าธุรกิจในส่วนคลื่น 850 MHz มีความเสี่ยงที่จะมีกำไรน้อยลงหรือติดลบ เพราะต้องลงทุนอุปกรณ์ทรานมิชชั่น วงเงิน 9,000-1.2 หมื่นล้านบาท หากซื้อไม่ได้ก็ต้องเช่า และค่าเช่าก็ค่อนข้างสูง รวมทั้งต้องแข่งขันการเกิดขึ้นของโทรศัพท์ 4จี ที่มีต้นทุนการให้บริการถูกกว่า 3จี”
อย่างไรก็ตาม เพื่อลดความเสี่ยงในธุรกิจมือถือ กสทฯ ต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้คลื่นสำหรับให้บริการมือถือ 4จี และเมื่อเร็วๆ นี้ก็ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้อัพเกรดการใช้งานคลื่น 1800 MHz ส่วนที่เป็น Upper Band ที่ให้สัมปทานดีแทคไป โดยใช้งานได้จนถึงปี 2561 และ กสทฯ อยู่ระหว่างเจรจากับ “ดีแทค” ให้เข้ามาเป็นผู้ Operate คลื่นในส่วนนี้ไม่เกิน 50% ของ Capacity ที่เหลือจะนำไปขายส่งให้ผู้ให้บริการรายอื่นๆ และนำมาให้บริการลูกค้า กสทฯ ภายใต้แบรนด์ My
“ปีหน้าเราจะปรับปรุงคลื่น 1800 MHz เพื่อทำ 4จี LTE โดยเราพยายามเน้นการเพิ่มจำนวนลูกค้าในส่วน MVNO (Mobile Virtual Network Operator) ที่ กสทฯ เป็นผู้ให้บริการให้มากขึ้น และน่าจะมีผู้ให้ความสนใจมาเป็นลูกค้า MVNO ของ กสทฯ มากขึ้น ทั้งผู้รับบริการรายเดิมและรายใหม่ๆ”
เช่นเดียวกับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ที่ กสทฯ จะโฟกัสมากขึ้นในปี 2559 และจะสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล แม้ว่าปัจจุบันธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ของ กสทฯ ยังมีรายได้เพียงหลักร้อยล้านบาท แต่รายได้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นปีละไม่น้อยกว่า 20%
“นโยบายของ คนร.ต้องการให้ กสทฯ จับคู่กับพาร์ตเนอร์ในส่วนธุรกิจที่หากอยู่ในรูปของรัฐวิสาหกิจแล้วไม่คล่องตัว ซึ่ง กสทฯ จะพยายาม Spin Off (การแยกบริษัท) ออกไป ดังนั้นในปี 2559 กสทฯ ตั้งเป้าหมายว่าอย่างน้อยธุรกิจที่ Spin Off ออกไป คือ ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ โดยปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพาร์ตเนอร์และคาดว่าในอีก 2 เดือนจะฉายภาพธุรกิจที่ชัดเจน”
ทั้งนี้ แม้ว่าสถานะทางการเงินและแผนธุรกิจของ กสทฯ จะดูดีมีอนาคต แต่ พ.อ.สรรพชัย ยอมรับว่า “นโยบายของ คนร.ส่วนที่ทำได้ยาก คือ การลดค่าใช้จ่ายลง”
พ.อ.สรรพชัย กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายของ กสทฯ ยังสูงมาก ส่วนใหญ่เป็นค่าเสื่อมราคา และนโยบาย คนร.ต้องการให้ลดค่าใช้จ่ายลง 10% แต่ กสทฯ ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายบางส่วนที่ Fixed ไว้อยู่แล้ว เช่น ค่าเช่าเสาโทรคมนาคม 1.45 หมื่นต้น จะให้ไปลดจำนวนเช่าลง 10% ก็ลดไม่ได้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายของพนักงานก็ไม่สามารถลดได้มาก โดยในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา กสทฯ ได้ลดค่าใช้จ่ายบุคลากรลงได้ประมาณ 200 ล้านบาทเท่านั้น
ส่วนความคืบหน้าการแก้ไขข้อพิพาทกับเอกชน พ.อ.สรรพชัย ระบุว่า การเจรจาลดข้อพิพาทเดินหน้าไปได้ด้วยดี โดยในส่วนข้อพิพาทกับดีแทค กสทฯ ได้เจรจายุติข้อพิพาทได้เกือบหมดแล้ว ทั้งในส่วนของข้อพิพาทเสาโทรคมนาคม ซึ่งดีแทคยอมโอนกรรมสิทธิ์ในเสาโทรคมนาคมและอุปกรณ์ที่พิพาทให้แก่ กสทฯ เพื่อร่วมกันจัดตั้งเป็น “บริษัทร่วมทุน” ตามนโยบายอินฟราสตรักเจอร์แชริ่งของรัฐบาลเพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อนของภาครัฐและเอกชน
ขณะที่ข้อพิพาทกับกลุ่มทรู ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเจรจาข้อพิพาทร่วมกันขึ้นมาแล้ว ซึ่งจะมีการหารือในเรื่องการซื้อคืนระบบทรานมิชชั่นจากบริษัท บีเอฟเคที การแก้ไขปัญหาและการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินสัมปทานของบริษัท ทรูมูฟ เช่น เสาโทรคมนาคม การให้เช่าอุปกรณ์สัมปทาน 2จี รวมถึงการระงับข้อพิพาทอื่นๆ ที่คาดว่าจะมีความคืบหน้าในเร็วๆ นี้
เหล่านี้เป็นแผนธุรกิจที่จะทำให้ กสทฯ ยืนหยัดและเลี้ยงตัวเองได้ต่อไปในอนาคต







