
ปัจจัยเสี่ยงทาเลนต์ไทย ครูมัธยมขาด-ภาษาแย่
ผู้ที่มีทักษะความสามารถ หรือทาเลนต์ ถือเป็นกลุ่มบุคคลที่แต่ละชาติอาเซียนต่างต้องเร่งปั้นเพื่อให้เติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในภาครัฐและเอกชน
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ผู้ที่มีทักษะความสามารถ หรือทาเลนต์ ถือเป็นกลุ่มบุคคลที่แต่ละชาติอาเซียนต่างต้องเร่งปั้นเพื่อให้เติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในภาครัฐและเอกชน ตลอดจนช่วยพัฒนาประเทศและภูมิภาคให้เจริญก้าวหน้า
เมื่อมาดูปัจจัยต่างๆ โดยรอบแล้ว ทาเลนต์ไทยและทาเลนต์อาเซียนยังอาจต้องเร่งพัฒนาอีกหลายด้าน
ศูนย์ขีดความสามารถการแข่งขันโลก สถาบันนานาชาติเพื่อพัฒนาการจัดการ (ไอเอ็มดี) ของสวิตเซอร์แลนด์ ได้จัดทำรายงาน World Talent Ranking 2015 ขึ้น โดยสำรวจ 61 เขตเศรษฐกิจ ผ่าน 30 ตัวชี้วัดใน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.การลงทุนและการพัฒนา 2.ความดึงดูด และ 3.การเตรียมความพร้อม
ผลการสำรวจปีนี้พบว่า ไทยได้คะแนนรวมอันดับ 34 ของโลกเช่นเดียวกับเมื่อปี 2557 และถือเป็นอันดับ 3 ของอาเซียนจากการสำรวจอาเซียน 5 ประเทศ โดยไทยเป็นรองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย
แม้อันดับในปีนี้จะไม่ลดลงจากปีที่แล้ว แต่ตั้งแต่ปี 2551-2556 ไทยเคยได้อันดับ 24-27 ตลอดมา และหากดูลึกลงไปในรายละเอียด บางตัวชี้วัดของไทยในปีนี้ก็ยังอยู่ในอันดับต่ำมาก
สำหรับ 5 อันดับที่ไทยได้คะแนนตัวชี้วัดต่ำ ได้แก่ การเติบโตของจำนวนประชากรวัยแรงงาน อันดับ 57 อัตราส่วนครูต่อนักเรียนมัธยม อันดับ 55 ทักษะภาษา อันดับ 53 การศึกษาระดับอุดมศึกษา อันดับ 53 และการจ่ายค่าตอบแทนบริการวิชาชีพ อันดับ 53
ข้อสังเกตคือ 3 ใน 5 ตัวชี้วัดที่ไทยได้คะแนนต่ำนั้น ล้วนอยู่ในกลุ่มของการเตรียมความพร้อมทั้งสิ้น ส่งผลให้ไทยมีอันดับ 50 ในกลุ่มตัวชี้วัดการเตรียมความพร้อม ถือเป็นสมาชิกอาเซียนที่มีอันดับต่ำที่สุดในกลุ่มตัวชี้วัดดังกล่าว
จากอันดับที่ค่อนข้างต่ำในหลายด้าน สะท้อนถึงปัญหาจำนวนครูไม่เพียงพอ การเรียนการสอนภาษาต่างประเทศไม่ถูกทิศทาง การศึกษาระดับอุดมศึกษาไม่ตอบโจทย์ขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ นำไปสู่ปัญหาขีดความสามารถการแข่งขันของไทยและประเทศอื่นในระยะยาว
เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานศูนย์เพื่อการพัฒนาความสามารถการแข่งขัน สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (ทีเอ็มเอ) ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าอันดับ World Talent Ranking ดี ขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศก็จะดีด้วย สะท้อนว่าการพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
อาธูโร บริส ผู้อำนวยการศูนย์ขีดความสามารถการแข่งขันโลก ไอเอ็มดี บอกว่า ปัจจัยที่ส่งเสริมให้ประเทศอยู่ในอันดับที่ดีคือความสามารถในการปรับตัวได้เร็ว โดยแสดงออกมาผ่านการปรับปรุงนโยบายเพื่อรักษาบุคลากรที่มีความสามารถ ทำให้บางประเทศสามารถดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถจากต่างประเทศเข้ามาทำงานได้
ปัญหาบางเรื่องดูเหมือนจะไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทยเช่น ปัญหาสัดส่วนครูมัธยมศึกษาต่อจำนวนนักเรียนต่ำนั้น เกิดขึ้นในสิงคโปร์เช่นกัน ทำให้สิงคโปร์ได้คะแนนตัวชี้วัดดังกล่าวเป็นอันดับ 38 ของโลก ฟิลิปปินส์อันดับ 60 ของโลก อย่างไรก็ดี ด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาและด้านทักษะภาษานั้น ไม่มีประเทศอื่นในอาเซียนได้อันดับต่ำกว่า 32
ในทางตรงกันข้าม ด้านที่ไทยได้คะแนนสูงสุด 5 ด้าน ได้แก่ การลงทุนด้านการศึกษาของภาครัฐต่อนักเรียนมัธยมศึกษาหนึ่งคน อยู่สูงถึงอันดับ 2 ของโลก โดยไทยลงทุนมากถึง 37.41% ของจีดีพีต่อหัว หรือราว 7.7 หมื่นบาทต่อนักเรียนมัธยมศึกษาหนึ่งคน ขณะที่สิงคโปร์ลงทุนเป็นอันดับที่ 44 ของโลก คิดเป็น 17% ของจีดีพีต่อหัวเท่านั้น
ขณะที่อีก 4 ด้านที่โดดเด่นของไทย ได้แก่ อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีประสิทธิภาพ อันดับ 6 ของโลก สูงกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ด้านการฝึกทักษะพนักงาน อันดับ 19 ของโลก ต่ำกว่าสิงคโปร์ ซึ่งอยู่อันดับที่ 14 เพียงเล็กน้อย ด้านการฝึกงาน อันดับ 21 ของโลก สะท้อนว่าเอกชนในไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของลูกจ้าง
สำหรับภาพรวมของการจัดอันดับในปีนี้ พบว่า สิงคโปร์มีอันดับเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 6 อันดับ ไทยอันดับคงเดิม ฟิลิปปินส์ลดลง 3 อันดับ มาเลเซียลดลง10 อันดับ และอินโดนีเซียลดลง 16 อันดับ
เมื่อผลการสำรวจสะท้อนให้ไทยเห็นถึงสภาพจุดอ่อนอย่างชัดเจน ว่าหลายเรื่องอาจต้องแก้ตั้งแต่เชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะภาคการศึกษาที่ต้องแก้ไขตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาจนถึงระดับมหาวิทยาลัย ภาครัฐในฐานะผู้ขับเคลื่อนนโยบาย จึงต้องเร่งให้ความสำคัญกับปัญหาทั้งหมด เพื่อช่วยให้ขีดความสามารถการแข่งขันของไทยสูงขึ้น สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ทั้งในภูมิภาคและระดับโลกได้ ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะรักษาจุดแข็งที่มีให้ยังคงแข็งแกร่งต่อไป







