posttoday
‘อาเซียน’ ขุมทรัพย์ใหม่ ค้าปลีกออนไลน์ (จบ)

‘อาเซียน’ ขุมทรัพย์ใหม่ ค้าปลีกออนไลน์ (จบ)

18 พฤศจิกายน 2558

สถานีหน้า ป้าย “อาเซียน”

สถานีหน้า ป้าย “อาเซียน”

ภูมิภาคที่เป็นหลักหมายของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซลำดับถัดไปคงหนีไม่พ้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องด้วยประเทศในกลุ่มอาเซียนล้วนมีศักยภาพเศรษฐกิจและพร้อมจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่ตลาดการค้าออนไลน์ยังเปิดกว้าง โดยธุรกิจแขนงนี้ในมาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ยังมีสัดส่วนแค่ 1% ของมูลค่าค้าปลีกรวมในแต่ละประเทศในปี 2014 ขณะที่สหรัฐ จีน หรือยุโรปตะวันตก อยู่ที่ 5-9% 

ขณะที่กลุ่มประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ในระดับต่ำ อินโดนีเซียซึ่งมีประชากรมากสุด (40% ของพลเมืองอาเซียน) ยังเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพียง 29% มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม มีอัตราเข้าถึงอยู่ที่ 64%, 38%, 36% และ 39% ตามลำดับ เทียบกับจีนซึ่งมีอาณาเขตกว้างไพศาลแต่ประชากรเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้แล้ว 43% เรียกว่ายังไม่ถึงครึ่ง

ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐและญี่ปุ่น มีประชากรที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ถึง 80-90% แสดงว่า ถ้ารัฐบาลในอาเซียนเร่งรัดลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่ายออนไลน์ ก็จะทำให้ฐานผู้ใช้อินเทอร์เน็ตขยายตัวเพิ่มตาม

ด้วยประชากรอาเซียนกว่า 630 ล้านคน คิดเป็นราวกึ่งหนึ่งของประชากรจีน จึงมีขนาดที่เอื้อต่อธุรกิจบนไซเบอร์สเปซ โดย 70% ของทั้งหมดมีอายุต่ำกว่า 35 ปี เป็นกลุ่มที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ที่ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์เน้นความรวดเร็วและสะดวกสบาย อีกทั้งแนวโน้มรายได้ต่อครัวเรือนกำลังเพิ่มขึ้น สร้างกำลังซื้อเพิ่ม

McKinsey คาดว่าครอบครัวในอาเซียนที่มีรายได้สูงกว่าปีละ 7,500 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.6 แสนบาท จะเพิ่มจาก 81 ล้านครัวเรือน เป็น 163 ล้านครัวเรือน เพิ่มเท่าตัวในปี 2030 

เหตุผลอีกประการที่ชี้ให้เห็นว่าตลาดอาเซียนพร้อมเป็นภูมิภาคที่ดึงดูดนักลงทุนด้านอี-คอมเมิร์ซ การที่ยังไม่มีผู้เล่น/ผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาด แต่กลับเป็นลักษณะกระจัดกระจายคล้ายกับจีนในอดีต แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะต้องปรับสภาพคล้ายกับจีน เหลือผู้ประกอบการรายหลักไม่กี่เจ้าครองตลาด อีกทั้งรูปแบบธุรกิจจะค่อยๆ เปลี่ยนสภาพจาก C2C เป็น B2C โดยสินค้าที่คนอาเซียน “ช็อปออนไลน์” คือเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย

วันนี้ผู้ประกอบการจากต่างแดนกำลังแข่งกันเจาะตลาดออนไลน์ของอาเซียนอย่างจริงจัง เช่น บริษัทสัญชาติเยอรมัน Lazada ขายสินค้าหลากหลาย และ Zalora เน้นสินค้าแฟชั่น บริษัทสัญชาติออสเตรเลีย Ensogo รุกธุรกิจคูปองส่วนลดออนไลน์ บริษัทสัญชาติอเมริกัน OLX พยายามสร้าง Marketplace ให้เป็นตลาดกลางซื้อขายแลกเปลี่ยนออนไลน์ ขณะที่บริษัทในอาเซียนอย่าง Luxora เว็บไซต์ขายเครื่องสำอางจากสิงคโปร์ ก็กำลังทำตลาดสู้เช่นกัน

ไม่เว้นแม้แต่บริษัทค้าปลีกแบบเก่า หรือออฟไลน์ ประจำภูมิภาค ก็พยายามเข้ามา “แบ่งเค้ก” เช่น กลุ่ม Lippo Group ของอินโดนีเซียเตรียมส่ง mataharimall.com ลงสนามอี-คอมเมิร์ซในประเทศ ส่วนไทย กลุ่มเซ็นทรัลซึ่งเป็นเชนห้างสรรพสินค้าและค้าปลีกเก่าแก่ก็ยังปรับตัวโดยจัดตั้งธุรกิจในเครือแล้วให้บริษัท ซีโอแอล มาบริหารร้านค้าปลีกออนไลน์ Central.co.th ของกลุ่ม

ผู้ประกอบการรายใดจะปักธงเป็นเจ้าตลาดอาเซียนยังต้องจับตาดูต่อไป

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน