
หุ้นสื่อสารยังไม่ฟื้น
สัปดาห์ที่ผ่านมามี Issue ใหญ่ที่คนให้ความสนใจ คือ การประมูลคลื่น 1800 MHz จำนวน 2 สลอต สลอตล่ะ 15 MHz ซึ่งมีการประมูลกันแบบมาราธอนข้ามวันข้ามคืน เคาะกันไปถึง 86 ครั้งกว่าจะจบการประมูล ที่น่าสงสารคือทีมที่เข้าประมูล เพราะห้ามออกจากห้องประมูล (หากออกมาแล้วจะกลับเข้าไปไม่ได้)
สัปดาห์ที่ผ่านมามี Issue ใหญ่ที่คนให้ความสนใจ คือ การประมูลคลื่น 1800 MHz จำนวน 2 สลอต สลอตล่ะ 15 MHz ซึ่งมีการประมูลกันแบบมาราธอนข้ามวันข้ามคืน เคาะกันไปถึง 86 ครั้งกว่าจะจบการประมูล ที่น่าสงสารคือทีมที่เข้าประมูล เพราะห้ามออกจากห้องประมูล (หากออกมาแล้วจะกลับเข้าไปไม่ได้)
โดยผลการประมูลคลื่น 1800 MHz ได้ผู้ชนะการประมูล ใบอนุญาตใบที่ 1 คือ TRUE ประมูลชนะได้ที่ราคา 39,792 ล้านบาท และใบอนุญาตที่ 2 เป็น ADVANC ได้ไปในราคา 40,986 ล้านบาท สิ่งที่จะตามมาหลังจากที่การประมูลใบอนุญาตในราคาที่สูงกว่าตลาดคาดไว้เดิมมากนั้น จะทำให้ผู้ประกอบการต้องรับภาระค่าใช้จ่ายต่อปีที่เพิ่มมากขึ้น และจะกระทบกับประมาณการกำไรสุทธิและมูลค่าพื้นฐานที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ โดย ADVANC, TRUE จะถูกปรับลดมูลค่าพื้นฐานลงจากเดิมประมาณ 7% และ 15% เหลือ 266 และ 10.5 บาท ตามลำดับ
สำหรับ DTAC แม้จะถอนตัวจากการประมูล แต่ด้วยอายุสัมปทานคลื่น 1800 MHz ที่มีอยู่ในมือเหลือเพียงแค่ 3 ปี และต้นทุนในการดำเนินการที่สูงกว่าคู่แข่ง (ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ 30% ในขณะที่คู่แข่งจ่ายส่วนแบ่งรายได้ใบอนุญาตคลื่น 1800 MHz ใหม่ไม่ถึง 10%) จึงทำให้ DTAC มีความเสี่ยงด้านการแข่งขันในอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้รายได้ในอนาคตมีโอกาสปรับลดลง อีกทั้งอาจต้องไปประมูลเอาคลื่น 900 MHz ในระดับราคาสูง ฝ่ายวิจัยจึงได้ปรับลดมูลค่าพื้นฐานเหลือ 51.4 บาท (ลงจากเดิม 15%)
แม้จะจบเรื่องของการประมูลคลื่น 1800 MHz ไปแล้ว สิ่งที่ต้องติดตามต่อก็คือการประมูล 900 MHz ซึ่งฝ่ายวิจัยคาดหมายว่าน่าจะเป็น ADVANC และ DTAC ที่จะชนะการประมูล อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มสื่อสารนับจากนี้ ยังไม่น่าที่จะเกิดการฟื้นตัวที่รวดเร็วอะไรนัก เพราะแรงกดดันจากราคาประมูลที่แพงกว่าที่ตลาดคาดหมายไว้ก่อนหน้า รวมไปถึงความเสี่ยงของราคาประมูลคลื่น 900 MHz ที่น่าจะแพงไม่แพ้กัน จะเป็นตัวกระทบต่อต้นทุนการให้บริการของผู้ประกอบการที่ชนะประมูล ซึ่งจะเป็นตัวมากดดันราคาหุ้นในระยะสั้นอีกทอด
สำหรับภาพรวมการเคลื่อนไหวของ SET Index เชื่อว่า ในช่วงต้นสัปดาห์จะถูกแรงกดดันจากการปรับลดประมาณการกำไรตลาดปี 2558 ลง ของบรรดาสำนักวิจัยต่างๆ หลังจากผลประกอบการงวดไตรมาส 3/2558 ออกมาค่อนข้างย่ำแย่ และไม่น่าจะเกิน 1 แสนล้านบาท ส่งผลให้งวด 9M58 กำไรอาจอยู่แค่ 5.4 แสนล้านบาท แต่แรงกดดันไม่น่าที่จะรุนแรงมากมายนัก เนื่องจากหลังที่ปรับประมาณการลง แต่ละสำนักจะเริ่มปรับมูลค่าพื้นฐานหุ้นแต่ละตัวเป็นปี 2559 และจะเริ่มให้น้ำหนักไปที่กำไรตลาดปี 2559 มากขึ้น เบื้องต้นฝ่ายวิจัยยังประเมินไว้อยู่ที่ 101 บาท/หุ้น ทำให้ระดับ Valuation ของ SET Index ปัจจุบันคิดเป็น Expected PER ปี 2559 ที่ 13.6 เท่า ถือว่าเป็นระดับที่เริ่มทยอยเข้าซื้อสะสมเพื่อหวังลงทุนระยะยาวได้ โดย
เป้าหมายของ SET Index ในปีหน้าฝ่ายวิจัยยังคงวางเอาไว้อยู่ที่ 1,600 จุด หรือคาดหวัง Expected Return ได้ประมาณ 16%
กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจสามารถแบ่งออกได้เป็นกลุ่มที่ผลประกอบการจะดีต่อเนื่องนับจากนี้จนปี 2559 BH, KCE, SAWAD, MTLS กลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการของภาครัฐ อสังหาฯ SPALI, PS, LH, AP รับเหมาฯ CK, PYLON ค้าปลีก CPALL นิคมฯ AMATA, ROJNA และสุดท้ายกลุ่มหุ้นใหญ่ที่มี Valuation ถูกจนน่าสนใจ ธนาคาร BBL, TCAP และ SCB







