
SORKONโวแผนธุรกิจปั้นกำไรโตเด่น
ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ เผยกำไรและรายได้เติบโตสูง กลยุทธ์ขยายธุรกิจตามลูกค้าต้องการ
ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ เผยกำไรและรายได้เติบโตสูง กลยุทธ์ขยายธุรกิจตามลูกค้าต้องการ
นายเจริญ รุจิราโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ (SORKON) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2558 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 592 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวม 544.1 ล้านบาท
ขณะที่กำไรสุทธิ 27.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 24 ล้านบาท ส่วนผลงานรวม 9 เดือนของปีนี้มีรายได้ 1,746.1 ล้านบาท เติบโต 7.8% และกำไรสุทธิ 84.9 ล้านบาท เติบโต 8.9%
สำหรับสาเหตุที่มียอดขายเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 เนื่องจากบริษัทประสบความสำเร็จในการทำตลาดผลิตภัณฑ์อาหารกลุ่มพื้นเมืองที่มีสัดส่วนยอดขายสูงสุด สามารถทำยอดขายเติบโต 7.8% และกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปก็มีอัตราการเติบโตที่โดดเด่น หลังจากที่มีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดและได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค
ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ร้านอาหารบริการด่วนก็มีการเติบโตที่ดีเช่นกัน จากการขยายสาขาใหม่ของข้าวขาหมูยูนนาน ส่งผลให้ปัจจุบันมีสาขาในประเทศไทยทั้งสิ้น 33 สาขา ในลาว 2 สาขา และร้านแซ่บ เอ็กซ์เพรส 5 สาขา ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน ก.ย. มีสาขารวมกัน 40 สาขา
สำหรับการเติบโตของกำไรสุทธิ นอกจากจะเติบโตจากการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทแล้ว ยังมีกำไรพิเศษจากการขายแฟรนไชส์ข้าวขาหมูยูนนานให้แก่ผู้ที่สนใจในประเทศกัมพูชาและขายที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ รวม 4.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรพิเศษที่เข้ามาบันทึกในไตรมาส 3 ปีนี้
“เราโตขึ้นทั้งไตรมาส 3 และ 9 เดือน มาจากความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ตัวสินค้า ที่เน้นการพัฒนาสินค้าอาหารพร้อมรับประทานใหม่ๆ ออกสู่ตลาด เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปที่มีสินค้าเต้าหู้ปลาและปลาเส้นทอดวางขายในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งสามารถตอบสนองพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี” นายเจริญ กล่าว
กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ภาพรวมในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทยังคงนโยบายพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด โดยมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และสร้างแบรนด์สินค้าให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น หลังบริษัทได้รับรางวัลซูเปอร์แบรนด์ 2015 ที่ผู้บริโภคให้การยอมรับ
นอกจากนั้น ยังเร่งติดตั้งเครื่องจักรผลิตสินค้าอาหารขบเคี้ยวที่ทำจากเนื้อไก่และเนื้อปลา และขอใบอนุญาตใช้เครื่องหมายฮาลาลในโรงงานแห่งใหม่ เพื่อส่งสินค้าอาหารขบเคี้ยวภายใต้แบรนด์ ออง-เทร่ ไปจำหน่ายยังประเทศมุสลิม ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จได้ในไตรมาส 4 ปีนี้
ทางด้านธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนนั้น บริษัทได้จัดตั้งบริษัท ไทยโฮมฟู้ด (กรุงเทพฯ) มีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เพื่อจำหน่ายอาหารจานด่วนประเภทก๋วยเตี๋ยว ข้าวขาหมู ข้าวหมูแดง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนเพื่อขยายธุรกิจต่อไป







