
คนเดียว
สัปดาห์ที่แล้ว โพสต์ทูเดย์ได้จัดทำสกู๊ปพิเศษ “นับถอยหลังเลือกตั้งเมียนมา” ตีพิมพ์ลงในหน้า C1 และ C2 ตลอดทั้งสัปดาห์ มีเอกอัครราชทูต อดีตทูตพาณิชย์ นักธุรกิจ นักวิชาการ ที่มีประสบการณ์ใกล้ชิดกับเมียนมาร่วมวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง
สัปดาห์ที่แล้ว โพสต์ทูเดย์ได้จัดทำสกู๊ปพิเศษ “นับถอยหลังเลือกตั้งเมียนมา” ตีพิมพ์ลงในหน้า C1 และ C2 ตลอดทั้งสัปดาห์ มีเอกอัครราชทูต อดีตทูตพาณิชย์ นักธุรกิจ นักวิชาการ ที่มีประสบการณ์ใกล้ชิดกับเมียนมาร่วมวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง
ผลการวิเคราะห์แบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายครับ เรามีทั้งผู้ที่เชื่อว่ารัฐบาลเดิมจะได้บริหารต่อ และผู้ที่เชื่อว่ายังไงพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของอองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้าน “ต้องได้”
แม้วันนี้ผลการเลือกตั้งมีแนวโน้มชัดเจนว่า พรรคเอ็นแอลดีจะชนะ ตามแนววิเคราะห์ของฝ่ายที่ 2 แต่ยังมีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจกว่านั้นครับ เพราะเป็นเรื่องที่ทั้งฝ่ายที่ 1 และฝ่ายที่ 2 วิเคราะห์ไว้ตรงกัน
คือ ซูจี ไม่มีทีม
ทั้งสองฝ่ายขยายความตรงกันครับว่า ซูจี ไม่มีทีม ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีใครที่พอจะทำให้ประชาชน นักธุรกิจ และนักลงทุนเห็นได้ชัดเจนเลยว่า มีฝีไม้ลายมือด้านเศรษฐกิจ สื่อท้องถิ่นของเมียนมาเองก็ระบุตรงกันครับว่า ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเอ็นแอลดีแทบจะเป็นคนท้องถิ่นทั่วไป ไม่ได้มีชื่อเสียงโดดเด่นอะไร
เหตุการณ์นี้สะท้อนชัดเจนครับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนเมียนมาไม่ได้สนใจเท่าไหร่ว่าผู้สมัครชิงตำแหน่งแต่ละคนเป็นใคร มาจากไหน เคยมีประสบการณ์อะไรมาบ้าง พวกเขาเพียงต้องการเลือก “พรรคของซูจี”
ในระยะสั้น นี่ยังอาจเป็นเรื่องดีของชาวเมียนมาครับ การจงใจเลือกพรรคของซูจีให้ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจทำให้ประเทศเมียนมามีความเสรีมากขึ้น มีการผูกขาดอำนาจและเรื่องต่างๆ น้อยลง แต่ในระยะยาว หากชาวเมียนมายังมีวิธีคิดในการเลือกผู้แทนของตัวเองแบบที่เลือกในครั้งนี้ ผมเชื่อว่าเมียนมาจะประสบปัญหาครับ
เพราะนั่นหมายความว่า เมียนมาเลือกผู้แทนของตัวเองเพราะคนแค่คนเดียว ไม่ได้สนใจความรู้ความสามารถของบุคคลอื่นที่จะมาร่วมบริหารประเทศแทนตัวเองเลย
เรื่องนี้ถือว่าอันตรายมากครับ ล่าสุดซูจีเองก็ประกาศว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามการมีอำนาจเหนือประธานาธิบดี ดังนั้นเธอเองก็จะบริหารโดยอยู่เหนือประธานาธิบดี ให้ประธานาธิบดีทำงานสอดคล้องกับนโยบายของพรรคเอ็นแอลดี พูดให้ชัดก็คือ เราอาจได้เห็นประธานาธิบดี “นอมินี” ของซูจีอย่างเต็มตัว นอมินีที่เรายังไม่รู้ว่าจะมีความสามารถแค่ไหน
ต่อจากนี้ยังคงต้องจับตากันต่อไปครับ ทั้งนโยบายความมั่นคง นโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลต่อการลงทุนในอนาคต
เวลาจะพิสูจน์เองครับ ว่าคนคนเดียว จะสร้างทีมที่ดี หรือตัวคนเดียวเหมือนเดิม







