
มองโอกาสจากเศรษฐกิจแบ่งปัน
โดย...รัชต์ โสดสถิตย์
โดย...รัชต์ โสดสถิตย์
สวัสดีครับรอบรู้การลงทุนฉบับนี้ ผมอยากชวนคุยเรื่องเทรนด์ของเศรษฐกิจที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจโลกนั่นก็คือ เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน หรือ Sharing Economy ครับ
การแบ่งปันแบบที่ว่าครอบคลุมระบบเศรษฐกิจและสังคมที่มีการร่วมกันเข้าถึงการบริโภคสินค้า ข้อมูลข่าวสารและบริการต่างๆ โดยมีเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสื่อกลางที่เอื้อให้ผู้คน หรือองค์กรต่างๆ ทุกมุมโลกสามารถแบ่งปันและร่วมกันใช้สินทรัพย์ หรือข้าวของสารพัด ไม่ว่าจะเป็นบ้านตากอากาศ ห้องพักในบ้าน ห้องพักในโรงแรม รถยนต์ เรือ เสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องครัว เครื่องจักร ฯลฯ โครงสร้างของธุรกิจแบบ Sharing Economy ช่วยสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้จากสิ่งของที่เราครอบครองอยู่เกินความจำเป็น หรือไม่ได้ใช้งานโดยผ่านการให้บริการแพลตฟอร์มต่างๆ บนเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นทั้งทางคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ขาย หรือผู้ให้เช่าเข้ากับบรรดาลูกค้า ส่งเสริมให้เกิดการเข้าถึงสินค้าหรือบริการนั้นๆ ได้อย่างกว้างขวาง ตัวอย่างที่หลายท่านคุ้นเคย เช่น eBay ที่มีของขายสารพัดอย่าง ทั้งที่ตั้งราคาขายขาดและขายในลักษณะของการประมูล AirBNB ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ช่วยเชื่อมคนที่มีที่พักว่างกับคนเดินทางที่ต้องการที่พักเข้าหากัน หรือแม้แต่บริการรถลีมูซีนอย่าง Uber เป็นต้น ความน่าสนใจของไอเดียการบริโภคร่วมกันนี้ ไม่ใช่แค่ช่วยเพิ่มรายได้จากของที่เราไม่ได้ใช้งาน แต่เทคโนโลยีสารสนเทศที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้งยังช่วยลดต้นทุนลงหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนในการกระจายสินค้า ลดค่าโฆษณาและส่งเสริมการขายลงด้วย
ถ้าถามว่า Sharing Economy จะมาช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลกได้อย่างไร ก็ต้องตอบว่า Sharing Economy เป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยหนุน “ภาคบริการ” ให้เติบโตและกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกครับ
ในอดีตเราอาจคุ้นเคยกับการที่ “ภาคการผลิต” เป็นฟันเฟืองหลักในการที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ภาคการผลิตของประเทศเศรษฐกิจใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกานั้นถือเป็นสัดส่วน 12% ของ GDP เลยทีเดียว แต่หากเราลองมองย้อนหลังไปในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าภาคการผลิตหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัดแม้แต่ในสหรัฐเอง เมื่อสิ้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมาตัวเลข PMI ภาคการผลิตในสหรัฐของ Markit เริ่มส่งสัญญาณว่าเทรนด์เดิมนี้กำลังเริ่มอ่อนแรงลงไปบ้างแล้ว โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตในเดือน ก.ย. 2558 ปรับตัวจากระดับ 57.5 เมื่อปีก่อน ลงมาอยู่ที่ระดับ 53.1 ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะซบเซาต่อไปอีกพักใหญ่จากภาคส่งออกที่ชะลอตัวจากค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งผนวกกับราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตามขณะที่ภาคการผลิตออกอาการซึมยาว ภาคบริการกลับไม่ได้แย่ตามลงไปด้วย โดยดัชนี PMI ภาคบริการของสหรัฐในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 54.8 เทียบกับระดับ 57.1 ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แม้จะหดตัวลงบ้าง แต่ก็ยังน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการปรับตัวลงของภาคการผลิต (ที่มา : Bloomberg,2 Nov 2015)
และหากมองไกลไปถึงเศรษฐกิจโลกท่ามกลางการพึ่งพาการบริโภคของจีน ในขณะที่เศรษฐกิจจีนเองยังคงชะลอตัวและทำให้ภาคการผลิตทั่วโลกชะลอตัวตามไปด้วยอย่างไม่อาจปฏิเสธ เทคโนโลยีสารสนเทศผนวกกับเทรนด์ของเศรษฐกิจแบบแบ่งปันและเศรษฐกิจดิจิทัลก็เข้ามาช่วยชดเชยการชะลอตัวในภาคการผลิต โดยเสริมเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยลดต้นทุนเชิงธุรกิจ ขยายการสื่อสารไปถึงกลุ่มเป้าหมาย สร้างความต้องการสินค้าและบริการ รวมถึงช่วยสร้างงานสร้างรายได้เพิ่มขึ้นและผลักดันการเติบโตในภาคบริการดังจะเห็นได้จากดัชนี PMI ภาคบริการทั่วโลกเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ยังสามารถยืนอยู่ได้เหนือระดับ 50 โดยอยู่ที่ 53.3 ในขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตทั่วโลกปรับตัวลงมาแตะระดับ 50 แล้วโดยอยู่ที่ระดับ 50.7 (ที่มา : Bloomberg, JPM Global Manufacturing and Service PMI,2 Nov 2015)
ทั้งหมดนี้ผมมองว่ามันเป็นไปได้ที่อีก 5 ปีข้างหน้า เราอาจได้เห็นภาคผลิตในฐานะองค์ประกอบของ GDP โลกมีบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะเทรนด์ในการบริโภคของคนเราเปลี่ยนไปตามเทรนด์เศรษฐกิจแบ่งปัน นั่นคือ เราบริโภคทรัพยากรใหม่น้อยลงและใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่อย่างคุ้มค่ามากขึ้น และหากโครงสร้างของธุรกิจแบบแบ่งปันนี้ถูกนำไปปรับใช้ในธุรกิจต่างๆ กว้างขวางยิ่งขึ้นก็จะยิ่งสร้าง “โอกาส” ที่น่าจับตามอง ทั้งโอกาสที่ “ภาคบริการ” จะขยายตัวอย่างมหาศาลจนอาจมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกแทนที่ภาคการผลิตและโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาวที่น่าสนใจจากธุรกิจที่จะเติบโตไปพร้อมกับ Sharing Economy ในอนาคตด้วยครับ ผู้ลงทุนโปรดทำ “ความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง” ก่อนตัดสินใจลงทุน







