
ปิดบัญชีแล้วแต่ยังโดนทวงหนี้... เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงหรือ?
โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากสุภาพสตรีท่านหนึ่ง เรื่องการถูกทวงหนี้ ทั้งๆ ที่ปิดบัญชีแล้ว โดยทางสุภาพสตรีท่านนี้ได้ไปเช็กเครดิตบูโรเมื่อต้นปี 2558 เพื่อตรวจสอบสถานะบัญชีของตนเองกับสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง เนื่องจากได้ทำการปิดบัญชีไปเมื่อปลายปี 2557 ซึ่งสถานะบัญชีก็ได้แสดงสถานะเป็นปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว แต่หลังจากนั้นมีบริษัทรับทวงหนี้แห่งหนึ่งแจ้งมาทางสุภาพสตรีท่านนี้ว่า ยังมียอดหนี้คงค้างอยู่อีก 1.7 หมื่นบาท แต่สามารถให้ส่วนลดได้ ผมขออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นดังนี้ครับ
การที่คุณสุภาพสตรีท่านนี้นำเงินไปชำระหนี้ปิดบัญชีกับทางสถาบันการเงินดังกล่าว สถาบันการเงินจะส่งข้อมูลเข้ามาที่เครดิตบูโร เนื่องจากเป็นสมาชิกของเครดิตบูโรและรายงานเครดิตบูโร ก็จะแสดงข้อมูลว่าปิดบัญชีและไม่ค้างชำระหนี้ ภาระหนี้เป็น 0 (ศูนย์) บาทตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และข้อมูลในบัญชีนี้จะยังคงแสดงข้อมูลการปิดบัญชีนี้อยู่อีกไม่เกิน 3 ปีจากวันที่ปิดบัญชี ดังนั้นเมื่อครบ 3 ปีแล้ว ข้อมูลบัญชีที่มีอยู่กับสถาบันการเงินแห่งนี้ก็จะถูกลบออกไปทั้งบัญชีตามที่กฎหมายกำหนด สำหรับกรณีที่ได้รับการทวงหนี้จากบริษัทรับทวงหนี้นั้น ผมแนะนำให้ตรวจสอบไปยังบริษัทรับทวงหนี้ดังนี้ครับ
1.หนี้จำนวน 1.7 หมื่นบาท เป็นหนี้ที่เกิดจากอะไรและเป็นหนี้ที่เกิดกับสถาบันการเงินที่เราไปปิดบัญชีใช่หรือไม่
2.หากได้รับแจ้งว่าเป็นหนี้ของสถาบันการเงินที่เราไปปิดบัญชี ให้ขอดูเลขที่สัญญาจากบริษัทรับทวงหนี้ว่าเป็นเลขที่สัญญาเดียวกันกับเลขที่บัญชีของสถาบันการเงินที่เราไปปิดบัญชี ในรายงานข้อมูลเครดิตที่มาตรวจสอบหรือไม่ และควรตรวจสอบความเป็นจริงกับสถาบันการเงินที่เราไปปิดบัญชี ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวอ้าง
3.หากเรื่องตามข้อ 2 เป็นเลขที่สัญญาเดียวกันแล้ว เราควรแสดงหลักฐานการชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว เช่น ใบเสร็จรับเงิน หรือหนังสือรับรองการชำระหนี้เสร็จสิ้นต่อบริษัทรับทวงหนี้ ว่าได้ชำระหนี้ให้แก่สถาบันการเงินแห่งนั้นครบถ้วนแล้ว และควรพิจารณาการดำเนินการทางกฎหมายตามที่เห็นสมควรเพื่อเป็นการรักษาสิทธิของตนเอง
หากเราทำถูกต้องตามขั้นตอนและสุจริต ไม่ต้องกลัวนะครับเรามีสิทธิที่จะตรวจสอบความถูกต้องครับ







