
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล
โดย...สมชาย ชูเกตุ
โดย...สมชาย ชูเกตุ
รัฐบาลมีนโยบายเกี่ยวกับภาษีอากรในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร มีการยกเว้นภาษีและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล เหตุผลในการออกกฎหมายปรับลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและจูงใจการลงทุนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนจากต่างประเทศ อันเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนให้มีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่สอดคล้องกัน ปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านต่างก็มีอัตราภาษีเงินได้ใกล้เคียงกับอัตราภาษีที่ปรับลด
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ โดยทั่วไปจะเสียภาษีในอัตรา 20%
สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้รับยกเว้นภาษีและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราที่ต่ำกว่า 20% โดยกำไรสุทธิ 3 แสนบาทแรก ยกเว้นภาษี กำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3 แสนบาท แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท เสียภาษีอัตรา 15% และกำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีอัตรา 20% ทั้งนี้ ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป
(*** หมายเหตุ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2558 ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าหรือการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3 แสนบาท เสียภาษีในอัตรา 15% สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี ปี 2558 และ 2559 รายละเอียดติดตามได้จากกฎหมายที่จะออกมาบังคับใช้อีกครั้ง)
นอกจากนี้ รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้มีการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกระจายความเจริญและเพิ่มรายได้ให้แก่ท้องถิ่นและลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 591) พ.ศ. 2558 จัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 10% เป็นเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน
สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (ปัจจุบันรัฐได้ประกาศให้มีเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก ตราด สระแก้ว มุกดาหาร สงขลา) ไม่ว่าจะมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ ที่ใด สำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นจากการผลิตสินค้าในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หรือรายได้ที่เกิดจากการให้บริการและมีการใช้บริการนั้นในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะได้รับสิทธิเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 10% ของกำไรสุทธิ เป็นเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน มีเงื่อนไขดังนี้
- ต้องจดแจ้งการขอใช้สิทธิการเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษก่อนหรือในปี พ.ศ. 2560
- ต้องไม่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
- ต้องไม่ใช้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ ตามมาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 530) พ.ศ. 2554
- ต้องจัดทำบัญชีแยกรายการสำหรับกิจการที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และกิจการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ
ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 254)
สวัสดีครับ







