posttoday
หวั่นอุตฯ แห่ย้ายเข้าเวียดนาม

หวั่นอุตฯ แห่ย้ายเข้าเวียดนาม

05 พฤศจิกายน 2558

อมตะฯ ชี้เวียดนามน่าลงทุนแซงไทย หวั่นอุตฯ เป้าหมาย ย้ายฐานไปประเทศเพื่อนบ้าน

อมตะฯ ชี้เวียดนามน่าลงทุนแซงไทย หวั่นอุตฯ เป้าหมาย ย้ายฐานไปประเทศเพื่อนบ้าน

นางสมหะทัย พานิชชีวะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ วีเอ็น เปิดเผยว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาการลงทุนในเวียดนามได้รับความสนใจมากขึ้นจากสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่เวียดนามได้จากประเทศคู่ค้า ทั้งสิทธิพิเศษด้านภาษีศุลกากร (จีเอสพี) จากยุโรป และสิทธิประโยชน์จากการเข้าเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี)

ล่าสุด การจัดอันดับประเทศในอาเซียนที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติมากที่สุด ปี 2557 พบว่า อันดับ 1 คือ สิงคโปร์ อันดับ 2 อินโดนีเซีย อันดับ 3 เวียดนาม และอันดับ 4 ไทย โดยอันดับของไทยลดลงจากปีก่อนหน้าที่เคยอยู่ในอันดับที่ 3 ขณะที่เวียดนามที่เคยอยู่ในอันดับที่ 4 กลับมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ มีความกังวลว่าอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยที่ผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศสมาชิกทีพีพี จะย้ายฐานออกไปใช้ประโยชน์จากประเทศเพื่อนบ้านที่มีความตกลงทีพีพีแล้วทั้งหมด โดยเฉพาะอุตสาหกรรม
สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมการประมง

“สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทยตอนนี้ ที่ดินมีราคาสูง ขณะที่ระบบสาธารณูปโภคยังไม่ถูกพัฒนาอย่างเต็มที่ ดังนั้น อมตะฯ จึงมองว่ายังไม่พร้อมลงทุนตรงนี้ เพราะเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านแล้ว เขามีแรงงานถูกกว่า ที่ดินถูกกว่า มีสิทธิประโยชน์ด้านภาษีด้วย นอกจากนี้ก็สนใจลงทุนในเมียนมาเช่นกันแต่ต้องขอดูนโยบายรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย.นี้อีกครั้ง” นางสมหะทัย กล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลต้องแก้ปัญหาและอุปสรรคด้านการลงทุนให้มากขึ้น โดยอุปสรรคสำคัญขณะนี้ คือ การทำศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความพอใจให้นักลงทุน ซึ่งขณะนี้ไทยยังไม่มีความพร้อมเพียงพอ

นางสมหะทัย กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างรอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสวนอุตสาหกรรมเพิ่มเติมใน  2 โครงการจากรัฐบาลเวียดนาม ได้แก่ โครงการเซอร์วิสทาวน์ชิป พื้นที่ 762.5 ไร่ และโครงการเมกะทาวน์ พื้นที่ 4,706.25 ไร่ บริษัทจะพัฒนาเป็นเขตพาณิชยกรรม ที่มีทั้งเขตประกอบการและที่อยู่อาศัย คาดว่ารัฐบาลจะออกใบอนุญาตให้ไม่เกินสิ้นปีนี้ และจะสามารถพัฒนาที่ดินและเปิดขายได้ตามแผนของบริษัทประมาณปี 2560

สำหรับเมืองอุตสาหกรรมดังกล่าวอยู่ในจังหวัดดองไน ห่างจากตัวเมืองโฮจิมินห์ 20 กิโลเมตรมีความสะดวกในการเดินทางและการขนส่งสินค้า เนื่องจากอยู่ใกล้สนามบินตันเซินเณิ๊ต และสนามบินนานาชาติลองถั่น ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ เชื่อมต่อโดยทางหลวงพิเศษลองถั่น เหย่าไย และมีท่าเรือขนส่งสินค้า 4 แห่งที่มีระยะทาง 10–55 กิโลเมตรจากเมืองอุตสาหกรรม

เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาบริษัทได้ใบอนุญาตประกอบเขตอุตสาห กรรมไฮเทคแล้ว 1 ใบ มีพื้นที่ 8,031.25 ไร่ ซึ่งจะเน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไม่ก่อมลภาวะ ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (ไอพีโอ) ในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในเดือน ธ.ค.นี้ เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจในเวียดนาม

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน