
แก้ขีดความสามารถแข่งขัน
กกร.ถกรัฐบาลเร่งอำนวยความสะดวกลงทุน ขอเลื่อนบังคับใช้ผังเมืองใหม่อีก 3 เดือน
กกร.ถกรัฐบาลเร่งอำนวยความสะดวกลงทุน ขอเลื่อนบังคับใช้ผังเมืองใหม่อีก 3 เดือน
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ กกร.จะประชุมร่วมกับรัฐบาลเพื่อหารือเรื่อง การเพิ่มบทบาทคณะทำงานขับเคลื่อนการลงทุน โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม เพื่อให้การดำเนินงานด้านต่างๆ ของภาครัฐมีความรวดเร็วมากขึ้น
นอกจากนี้ จะเสนอให้เพิ่มคณะทำงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องนอกเหนือจากกระทรวงเศรษฐกิจ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจัดให้มีการประชุมถาวร เพื่อช่วยกันปรับปรุงแนวทางการทำงานที่อำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจสามารถดำเนินกิจการได้คล่องตัว
“หลังธนาคารโลกได้จัดทำรายงาน Doing Business Report 2016 ปรากฏว่า อันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของไทยลดลงจากอันดับที่ 46 มาอยู่อันดับที่ 49 สะท้อนว่าไทยมีจุดอ่อนในแง่ของขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่ยังไม่ทัดเทียมกับประเทศคู่แข่ง ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย ดังนั้นเราจึงมองว่ารัฐบาลต้องวางเป้าหมายให้ชัดเจน” นายอิสระ กล่าว
ที่ประชุม กกร.มีความเห็นว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากกฎหมายผังเมืองใหม่ที่มีแนวโน้มจะประกาศลดพื้นที่สีม่วง ซึ่งเป็นพื้นที่เพื่อการขยายการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมลดลงในหลายจังหวัด ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถขยาย หรือตั้งโรงงานได้ ดังนั้นจึงมีแผนจะเข้าพบ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เพื่อขอให้ชะลอการบังคับใช้กฎหมายผังเมืองใหม่ออกไปอีก 3 เดือน นับตั้งแต่เดือน พ.ย.นี้
ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวได้ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการพิจารณาของกฤษฎีกา
“หลังจากที่ได้สอบถามผู้ประกอบการเรื่องผังเมืองพบว่า จ.สมุทรสาคร ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากมีโรงงานแปรรูปอาหารทะเลจำนวนมาก หากจัดระเบียบผังเมืองใหม่จะทำให้โรงงานต้องย้ายออกไปนอกเมือง และประสบปัญหาเรื่องระยะทางในการขนส่งจากแหล่งวัตถุดิบที่ต้องใช้เวลานานขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นด้วย” นายอิสระ กล่าว
นายอิสระ เชื่อว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
วันที่ 4 พ.ย.นี้ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ไม่มีเหตุผลที่ต้องขึ้นดอกเบี้ย เพราะเศรษฐกิจในขณะนี้ต้องมีการกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากให้มากที่สุด
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ นายกสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สำหรับภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังคงเติบโตอย่างเปราะบางจากการส่งออกที่ติดลบ 5.5% แต่เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านถือว่าไทยยังดีกว่าในภูมิภาค เนื่องจากเพื่อนบ้าน เช่น ไต้หวันติดลบ 14% สิงคโปร์ติดลบ 8.9% มีเพียงเวียดนามประเทศเดียวที่การส่งออกเป็นบวก







