
‘เคซีอี’เติบโตมั่นคงกำไรนิวไฮต่อเนื่อง
“เคซีอี” ย้ำกำไรนิวไฮปีนี้ โกยมากกว่า 2,100 ล้านบาท ต้นทุนลด โรงงานเสร็จเตรียมผงาด
“เคซีอี” ย้ำกำไรนิวไฮปีนี้ โกยมากกว่า 2,100 ล้านบาท ต้นทุนลด โรงงานเสร็จเตรียมผงาด
นายพิธาน องค์โฆษิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) เปิดเผยว่า กำไรสุทธิปีนี้จะทำสถิติสูงสุดใหม่ จากจำนวน 2,100 ล้านบาท ในปี 2557 จากการลดต้นทุนการดำเนินงานของโรงงานเก่าที่ลาดกระบังที่จะปิดในเร็วๆ นี้ ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป ประมาณ 15 ล้านบาท ในปีนี้ ส่วนในปี 2559 จะลดค่าใช้จ่ายได้ถึงไตรมาสละ 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้อัตรากำไรสุทธิสูงกว่าระดับ 17-18% ในปีนี้
“โรงงานเก่ากำลังการผลิต 6.5 แสนตารางฟุต จะปิดเร็วๆ นี้ และโรงงานใหม่ที่ทยอยก่อสร้างเสร็จเฟสแรกในปลายปี 2557 คาดว่าเฟส 3 จะแล้วเสร็จ เริ่มผลิตปลายปี 2559 น่าจะส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรปี 2559 และน่าจะเติบโตขึ้น โดยเฉพาะอัตรากำไรสุทธิที่จะเพิ่มขึ้นราว 1-1.5% โดยในปลายปี 2560 ถึงต้นปี 2561 จะมีกำลังการผลิตรวม 2 ล้านตารางฟุต/เดือน โรงงานใหม่คาดว่าจะใช้เวลา 5-6 ปีนับจากปี 2559 เป็นต้นไปจึงจะถึงจุดคุ้มทุน” นายพิธาน กล่าว
สำหรับรายได้ปีนี้น่าจะเติบโตราว 10% มาที่ราว 1.25-1.3 หมื่นล้านบาท ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะเติบโต 15-18% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากค่าเงินสกุลยูโรที่อ่อนค่า เมื่อแปลงเป็นสกุลเงินบาท ทำให้รายได้ลดลงถึง 300-400 ล้านบาท และบริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 2 หมื่นล้านบาท ในปี 2561 ส่วนในปี 2559 คาดว่าจะเติบโตราว 15-18% มาที่ 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท ตามคำสั่งซื้อของลูกค้าใหม่ค่ายรถยนต์ที่เข้ามาเพิ่มขึ้น และคาดอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกน่าจะมีแนวโน้มการเติบโตได้ 2-3%
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องด้วยมีการส่งออกเกือบ 100% แต่อัตราแลกเปลี่ยนมีแนวโน้มที่จะเป็นผลบวกต่อบริษัท หลังคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ และปี 2559 ซึ่งจะส่งผลทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง
สำหรับการลงทุนโรงงานใหม่ ผลิตแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board) มูลค่า 4,675 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานใหม่นั้น มีกำลังการผลิตรวม 2 ล้านตารางฟุต/เดือน ส่งผลให้บริษัทสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้ผลิตแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอ นิกส์สำหรับยานยนต์รายใหญ่ 1 ใน 3 อันดับแรกของโลก
ทั้งนี้ การลงทุนโรงงงานใหม่เฟส 1 มูลค่าลงทุน 2,861 ล้านบาท ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อปลายปี 2557 มีกำลังการผลิต 7 แสนตารางฟุต/เดือน และเฟส 2 มูลค่าลงทุน 484 ล้านบาท มีกำลังการผลิต 6 แสนตารางฟุต/เดือน จะเริ่มดำเนินการปลายปี 2558 ส่วนเฟส 3 มูลค่าลงทุน 1,330 ล้านบาท กำลังการผลิตที่ 7 แสนตารางฟุต/เดือน เริ่มดำเนินการผลิตปลายปี 2559 ในปี 2560-2561 มีกำลังการผลิตรวม 2 ล้านตารางฟุต/เดือน ถ้าหากรวมโรงงานปัจจุบันที่มีอยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา และที่บางปู จะทำให้มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 3.75 ล้านตารางฟุต/เดือน







