
ชงโรดแมปเครื่องสำอางไทย
คลัสเตอร์เครื่องสำอางกระทุ้งรัฐวางโรดแมป อัดงบโปรโมทเครื่องสำอางขึ้นแท่นเบอร์ 2 เอเชีย
คลัสเตอร์เครื่องสำอางกระทุ้งรัฐวางโรดแมป อัดงบโปรโมทเครื่องสำอางขึ้นแท่นเบอร์ 2 เอเชีย
นายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ ประธานกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องสำอาง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ต้องการให้ภาครัฐมีโรดแมปส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย
ด้วยการจัดกิจกรรมโปรโมทและประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง เพื่อสร้างแบรนด์เครื่องสำอางไทย หรือ คอสเมติกส์ ไทยแลนด์ แบรนด์ ในตลาดโลกให้ทุกคนรับรู้ ซึ่งหากรัฐโปรโมทเครื่องสำอางไทยมากขึ้น จะทำให้อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยมีโอกาสก้าวขึ้นสู่อันดับสองในเอเชีย แซงหน้าเกาหลีใต้
ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยอยู่อันดับสามของเอเชีย รองจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งในส่วนของเกาหลีใต้นั้น รัฐบาลได้ส่งเสริมงบประมาณเพื่อโปรโมทสินค้าแบรนด์เกาหลีอย่างมาก จนสามารถสร้างแบรนด์ให้เข้มแข็งได้สำเร็จ
“หน่วยงานภาครัฐของไทยจะต้องร่วมวางยุทธศาสตร์ร่วมกัน กระตุ้นให้ผู้ประกอบการในอุตสาห กรรมผลิตสินค้าที่มีมาตรฐานและส่งเสริมช่องทางการตลาด รวมถึงขยายช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ๆ ส่วนจุดอ่อนของผู้ประกอบการไทยอยู่ที่สินค้าไม่มีความแตกต่างขาดนวัตกรรม รวมถึงไม่มีการพัฒนาแพ็กเกจจิ้ง” นายสมประสงค์ กล่าว
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยในปี 2558 มีมูลค่าประมาณ 2.5 แสนล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้วที่มีมูลค่าประมาณ2.1 แสนล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นตลาดในประเทศประมาณ 1.2 แสนล้านบาท และตลาดส่งออกมีมูลค่าประมาณ 9 หมื่นล้านบาท และปีนี้ตลาดส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัว หรือเติบโตเพียง 3.5% จากเดิมคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 10% ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกแต่ตลาดในประเทศจะขยายตัวเป็นผลจากการขายสินค้าให้ผู้บริโภคในประเทศเพื่อนบ้านผ่านทางชายแดน
ทั้งนี้ กลุ่มคลัสเตอร์ฯ ได้ร่วมงาน “COSMEX 2015” งานแสดงเทคโนโลยีด้านการผลิต บรรจุภัณฑ์ และบริการรับจ้างผลิต เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามและเสริมอาหารแห่งเดียวในอาเซียน และงาน “IN-COSMETICS ASIA 2015” งานแสดงวัตถุดิบ ส่วนประกอบในการผลิตเครื่องสำอาง งานมีขึ้นในวันที่ 3-5 พ.ย. 2558 ที่ไบเทค บางนา จัดโดยบริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ เพื่อแสดงศักยภาพของประเทศไทยที่เป็นฐานการผลิตเครื่องสำอางแบรนด์ไทยและวัตถุดิบเพื่อส่งออก
นายสมชาย หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า กสอ.จะเร่งผลักดันให้ผู้ประกอบการในคลัสเตอร์เครื่องสำอางมีการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายมากขึ้น เชื่อมโยงผู้ประกอบการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมถึงยกระดับสู่ตลาดโลก และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งส่งเสริมการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อุตสาหกรรมชา และอุตสาหกรรมข้าว เพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจร่วมกัน







