posttoday
เรื่องไม่น่าจดจำ ของทีพีพี (2)

เรื่องไม่น่าจดจำ ของทีพีพี (2)

30 ตุลาคม 2558

โดย...ปิติ ศรีแสงนาม 

โดย...ปิติ ศรีแสงนาม 

ศุกร์ที่แล้ว ผมเล่าถึงปัญหาที่ประเทศอื่นกังวลเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกทีพีพี โดยเฉพาะการเปิดตลาดข้าว นมและผลิตภัณฑ์นมให้แก่ต่างชาติ วันนี้มาต่อกันเรื่องความกังวลของไทยหากไม่ได้เป็นสมาชิกและข้อเท็จจริงกันครับหนึ่งในรายการที่เรากลัวว่าจะสูญเสียตลาดหากไม่เข้าร่วมทีพีพี คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ครับ 1.เรากลัวว่าระยะสั้น รถยนต์ที่ผลิตในไทยจะไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ เนื่องจากรถของไทยที่จะส่งออกไปสหรัฐอเมริกาจะโดนจัดเก็บภาษี ขณะที่รถยนต์ที่มีถิ่นกำเนิดในเวียดนามจะไม่เสียภาษีดังกล่าว

2.เนื่องจากมีข้อกำหนดว่าสินค้าต้องผลิตในประเทศสมาชิกทีพีพี 45-55% ของมูลค่ารถยนต์ จึงจะได้สิทธิภาษี 0% เราจึงกังวลว่าระยะยาว ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในไทยทั้งโตโยต้า ฮอนด้า จะย้ายฐานการผลิตไปเวียดนาม

ข้อเท็จจริงคือ ปัจจุบันรถยนต์ส่งออกส่วนใหญ่ของเราคือรถกระบะครับ ขณะที่ตลาดที่เรากลัวจะสูญเสียไปคือตลาดสหรัฐ ประเด็นคือคนสหรัฐนิยมขับรถยนต์อเนกประสงค์ เช่น ฮอนด้า โอดิสซี นิยมขับรถกระบะคันใหญ่ เช่น โตโยต้า ทุนดร้า รถตู้ขนาดใหญ่ เช่น ฟอร์ด ทรานสปอร์ตเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่เราไม่ได้ผลิตครับ

ที่สำคัญ สหรัฐเองก็ป้องกันการสูญเสียตลาดไว้แล้วครับ ปัจจุบันภาษีนำเข้ารถกลุ่มนี้ของสหรัฐอยู่ที่ 14.5-25% และสหรัฐจะขอจัดเก็บภาษีในรายการนี้ต่อไปอีก 30 ปี

นอกจากนี้ จากข้อตกลงทำให้เวียดนามต้องมีมาตรฐานต่างๆ เช่น มาตรฐานแรงงาน มาตรฐานสิ่งแวดล้อมสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนสูงตามไปด้วย แต้มต่อที่เวียดนามได้จากการส่งออกอีโคคาร์ไปสหรัฐภายใต้ภาษี 0% ดีกว่าไทย 2.5% ก็อาจไม่คุ้มค่าให้ผู้ประกอบการเสียต้นทุนจากการย้ายฐานแล้วครับ เรื่องรถยนต์จึงยังไม่ต้องกังวลจนเกินไป

ที่เราน่าจะเสียประโยชน์จริงๆ คือ “สิ่งทอ” ครับ ปัจจุบันสหรัฐจัดเก็บภาษีขาเข้าที่ 17-21% และจะลดลงมาเป็น 0% ให้สมาชิกทีพีพี อีกส่วนหนึ่งคือ “กุ้ง” เพราะปัจจุบันภาษีอยู่ที่ 6.4-7.2% เราอาจเสียส่วนแบ่งทั้งสองตลาดให้เวียดนาม

สำหรับปัญหาของการเข้าร่วมทีพีพียังคงเป็นอย่างที่มีข้อกังวลกันครับ เรื่องการผูกขาดสิทธิบัตรยา กฎเกณฑ์ด้านทรัพย์สินทางปัญญาในระดับรุนแรงสุดขั้ว จากข้อมูลของวิกิลีกส์พบว่าทุกเรื่องที่คนหวาดกลัวยัง“อยู่ครบ”

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ไทยต้องทำ 4 เรื่องครับ 1.หาลู่ทางไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มซีแอลเอ็มวี ซึ่งได้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) Everything but Arms และเวียดนามที่ได้สิทธิประโยชน์จากทีพีพี

2.ศึกษาข้อดี-ข้อเสียของการทำข้อตกลงทางการค้าอย่างละเอียด ไม่เฉพาะแต่ทีพีพี ทั้งเชิงเศรษฐกิจ-ธุรกิจ-สังคม-คุณภาพชีวิต และวางยุทธศาสตร์การเจรจาที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม 3.วางตำแหน่งประเทศให้ดีทั้งในเกมภูมิ-รัฐศาสตร์-เศรษฐกิจ ระหว่างมหาอำนาจใหม่อย่างจีนและพันธมิตร และมหาอำนาจเก่าอย่างสหรัฐ

4.ปรับโครงสร้างภาคการผลิตและระบบเศรษฐกิจของประเทศใหม่ เราไม่สามารถพึ่งพาการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่บนการส่งออก โดยใช้แต่สิทธิประโยชน์ทางการค้าและแรงงานต่างด้าวราคาถูก เราต้องมีมาตรฐานสูงขึ้น เทคโนโลยีดีขึ้น สิ่งแวดล้อมสะอาดขึ้น และระบบเศรษฐกิจที่พอเพียงและพัฒนาอย่างยั่งยืนได้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน