
ค้าปลีกชิงภาพเดสติเนชั่น ดูดทัวร์เทศกระเป๋าหนัก
การแปลงสนามรบให้เป็นจุดหมายปลายทาง หรือเดสติเนชั่น ของค้าปลีกย่านกลางเมือง ซึ่งแทนที่จะแข่งขันกันเอง ก็แปลงมาเป็นรวมพลัง สร้างเป็นเดสติเนชั่น แข่งกับค้าปลีกย่านอื่น มีให้เห็นชัดเจนมากขึ้นต่อเนื่อง
การแปลงสนามรบให้เป็นจุดหมายปลายทาง หรือเดสติเนชั่น ของค้าปลีกย่านกลางเมือง ซึ่งแทนที่จะแข่งขันกันเอง ก็แปลงมาเป็นรวมพลัง สร้างเป็นเดสติเนชั่น แข่งกับค้าปลีกย่านอื่น มีให้เห็นชัดเจนมากขึ้นต่อเนื่อง
ตั้งแต่แหล่งช็อปปิ้งเดิม เช่น สยาม ราชประสงค์ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมจนเป็นสัญลักษณ์แล้ว ส่วนเดสติเนชั่นน้องใหม่ที่กำลังสร้างชื่อขึ้นมาแข่ง เช่น กลุ่มเดอะมอลล์ย่านสุขุมวิท ในชื่อ “ดิ เอ็มดิสทริค” กลุ่มประตูน้ำในชื่อ “สมาคมผู้ประกอบการศูนย์ค้าส่งแฟชั่นย่านประตูน้ำ” กลุ่มเซ็นทรัลในชื่อ “เซ็นทรัล แบงคอก” รวมถึงกลุ่มสยามที่รวมตัวในชื่อ “พลังสยาม”
กลยุทธ์แปลงสนามรบเป็นเดสติเนชั่นดังกล่าว จะช่วยให้ค้าปลีกกลางเมืองที่แข่งกันรุนแรงมากอยู่รอดได้แค่ไหน ชลิต ลิมปนะเวช อุปนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า การรวมตัวกันของผู้ประกอบการค้าปลีก ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาช็อปปิ้งในย่านของตัวเองมากขึ้น ยิ่งปัจจุบันเศรษฐกิจอยู่ในภาวะซบเซา ผู้ประกอบการรายใหญ่เลยต้องออกมารวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือผู้เช่าและกระตุ้นการจับจ่ายของลูกค้า เพราะการรวมตัวกันทำโฆษณาประชาสัมพันธ์และทำกิจกรรมตลาด จะมีพลังมากกว่าการทำงานเพียงรายเดียว
นอกจากนี้ ยังถือเป็นการลดต้นทุนในด้านของค่าใช้จ่าย เนื่องจากทุกคนมีการใช้งบทำตลาดร่วมกัน ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านทำตลาดให้น่าสนใจมากขึ้น เหมือนกับต่างประเทศที่มีการรวมตัวกัน เพื่อโปรโมทย่านเรียกความสนใจนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันยังสามารถช่วยลดความซ้ำซ้อนในการทำกิจกรรมตลาด ซึ่งก่อนหน้าที่จะออกมารวมตัวกัน ผู้ประกอบการอาจต่างคนต่างทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย
ด้าน ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า การที่ผู้ประกอบการค้าปลีกหันมารวมตัวกันก่อตั้งสมาคมหรือทำกิจกรรมร่วมกันภายใต้ตั้งชื่อย่านต่างๆ ถือเป็นการรวมตัวกันเพื่อสร้างจุดขายให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของตัวเองให้เกิดเป็นแลนด์มาร์ค ที่คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องมา เช่น การรวมตัวของธุรกิจในย่านสยามภายใต้ชื่อ กลุ่มพลังสยาม การรวมพลังของธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัลภายใต้ชื่อ เซ็นทรัล แบงคอก และการเกิดขึ้นของศูนย์การค้าในเครือเดอะมอลล์ย่านสุขุมวิท ภายใต้ชื่อ ดิ เอ็มดิสทริค เป็นต้น
พร้อมกันนี้ การรวมตัวกันของผู้ประกอบการแต่ละย่าน ยังถือเป็นการสร้างพลังให้เกิดเป็นแลนด์มาร์คของประเทศไทยที่มีมากกว่า 1 แห่ง เพื่อให้ประเทศไทยเป็นที่จับตามองของบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติ และจะเป็นที่น่าจับตาพร้อมกับมีพลังมากขึ้น หากมีการทำการตลาดร่วมกับหน่วยงานของภาครัฐโดยเฉพาะในด้านของการท่องเที่ยว
สำหรับสมาคมน้องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา คือ สมาคมผู้ประกอบการศูนย์ค้าส่งแฟชั่นย่านประตูน้ำ ที่เกิดจากการรวมตัวกันของผู้ประกอบการ 7 ราย ได้แก่ เดอะ แพลทินัม แฟชั่นมอลล์, แกรนด์ไดมอนด์พลาซ่า, ชิบูญ่า ประตูน้ำ, ห้างกรุงทองพลาซ่า, อินทราสแควร์, วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน และศูนย์การค้า เดอะ พาลาเดียม เวิลด์ ช้อปปิ้ง
การจับมือร่วมกันดังกล่าว ก็เพื่อผลักดันให้ย่านประตูน้ำเป็นเดสติเนชั่นของบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังจากก่อนหน้านี้สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ประสบความสำเร็จมาแล้ว ซึ่งในส่วนของกิจกรรมที่จะทำร่วมกัน เบื้องต้นจะเห็นในส่วนของการประดับไฟตลอดแนวอาคารของสมาชิกในแนวคิดหลักหรือธีมเดียวกัน การจัดกิจกรรมลานเบียร์ และถนนคนเดิน เป็นต้น
อีกหนึ่งย่านมีแผนจะรวมตัวกัน คือ กลุ่มพลังสยาม เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ 3 ผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ คือ สยามพิวรรธน์ เอ็มบีเค และสยามสแควร์ ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพลังให้ธุรกิจในย่านสยาม เป็นที่น่าจับตามอง และมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ก่อนมีการยกระดับความร่วมมือสู่การเป็นสมาคม โดยกิจกรรมแรกที่จะทำร่วมกันคืองานปีใหม่
ขณะที่น้องใหม่ยังอยู่ระหว่างการหารือและวางแผนการทำงานร่วมกัน เพื่อปลุกย่านธุรกิจของตัวเองให้เป็นแลนด์มาร์คของประเทศไทย ในส่วนของสมาคมเก่า อย่างสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ก็ยังคงเดินหน้าทำกิจกรรมเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าย่านภายใต้กลยุทธ์การปั้นย่านให้เป็น “บางกอก ดาวน์ทาวน์”
อีก 2 แลนด์มาร์คที่อยู่ระหว่างการต่อจิ๊กซอว์เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของย่าน คือ เพลินจิต ซิตี้ และดิ เอ็มดิสทริค ซึ่งขณะนี้ทั้งสองย่านอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการให้มีความสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นโครงการโรงแรม 5 ดาว ศูนย์การค้าหรืออาคารสำนักงาน ซึ่งหลังจากทุกย่านมีความสมบูรณ์เชื่อว่านักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องหันมามามองเมืองไทยถึงกับต้องเหลียวหลัง







