posttoday
แนวโน้มอสังหาฯ เมืองชั้นนำของโลก

แนวโน้มอสังหาฯ เมืองชั้นนำของโลก

19 ตุลาคม 2558

โดย...ไนท์แฟรงค์

โดย...ไนท์แฟรงค์

ไนท์แฟรงค์ บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของโลก เผยผลสำรวจแนวโน้มของอสังหาริมทรัพย์ในเมืองชั้นนำของโลกปี 2559 หลังจากสหประชาชาติคาดการณ์ไว้ว่าเมืองทั่วโลกจะมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอีก 380 ล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า ดังนั้นจะต้องมีการสร้างเมืองที่มีขนาดเทียบเท่ากับ 5 เมืองลอสแองเจลิสในทุกๆ ปี เริ่มตั้งแต่บัดนี้จนถึงปี 2563 พร้อมยังต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนเมืองต่างๆ เหล่านั้นด้วย

การเพิ่มขึ้นของชุมชนเมืองบวกกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากแรงหนุนของการเติบโตทางเศรษฐกิจ จะทำให้ค่าเช่าสำนักงานเพิ่มขึ้นในหลายเมืองชั้นนำของโลก ไนท์แฟรงค์คาดการณ์ว่าเมืองมาดริดจะมีการเติบโตด้านการเช่ามากถึง  22.2% ตามติดมาด้วยเมืองมุมไบที่ 21.3% และเมืองซานฟรานซิสโกที่ 20.2% จากนี้จนถึงปี 2561

ขณะที่โซนเอเชีย แม้ว่าการชะลอตัวของจีนมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ แต่การเติบโตเป็นชุมชนเมืองในอินเดียและจีน ทำให้ในอีก 3 ปีข้างหน้าเมืองชั้นนำในเอเชียจะมีการเติบโตอย่างมาก ซึ่งจะมีผลให้สำนักงานให้เช่าขยายตัวมาก โดยเฉพาะที่เมืองมุมไบและเมืองเบงกาลูรู ประเทศอินเดีย ที่เศรษฐกิจแข็งแกร่ง

นอกจากนี้ กรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งเมืองที่น่าจับตามอง การกระตุ้นการลงทุนใหม่ตั้งเป้าหมายไปที่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัล ควบคู่ไปกับการริเริ่มโครงการ เช่น การปรับปรุงผลประโยชน์ที่ดีขึ้นสำหรับสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ซึ่งอัตราการเช่าพื้นที่ในอาคารสำนักงานได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 90% 

หากดูที่ปริมาณการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์โดยรวมของแต่ละตลาดในครึ่งแรกของปี 2558 อินเดียได้กลายเป็นตลาดที่มีเปอร์เซ็นต์การลงทุนจากต่างประเทศสูงสุดอยู่ที่ 67% ตามติดมาด้วยมาเลเซียอยู่ที่ 59% และสิงคโปร์อยู่ที่ 43% ซึ่งการเติบโตทางการลงทุนของภาคเอกชนจากต่างประเทศสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอินเดีย ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนชาวอเมริกาและชาวสิงคโปร์ ส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาเลเซียได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศหลายกลุ่ม เช่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ จีน และแคนาดา

ขณะที่กระแสของเงินทุนขาออกจากเอเชียที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีเป้าหมายไปที่ทรัพย์สินสำคัญๆ ในตลาดตะวันตก ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีการลงทุนจากเอเชียที่ออกไปลงทุนในต่างประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย และทวีปยุโรป โดยมีมูลค่ารวมกว่า 78.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนชาวเอเชียที่ต้องการจะกระจายการถือครองทรัพย์สินนอกทวีปเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรปและออสเตรเลีย และการขายออกสินทรัพย์ในประเทศจีน เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มประสบปัญหา

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน