
ทิสโก้ทริก‘หุ้นจีน-น้ำมัน’
บลจ.ทิสโก้เฮ! ทริกเกอร์ฟันด์ “หุ้นจีน-น้ำมัน” เข้าเป้า 8% มองหุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น-จีนไปต่อ
บลจ.ทิสโก้เฮ! ทริกเกอร์ฟันด์ “หุ้นจีน-น้ำมัน” เข้าเป้า 8% มองหุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น-จีนไปต่อ
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า บลจ.ทิสโก้ สามารถบริหารกองทุน
ทริกเกอร์ฟันด์เข้าเป้าหมายสามารถปิดกองทุนเพิ่มอีก 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% #23 (TISCOC23) ลงทุนในหุ้นจีน และกองทุนเปิด ทิสโก้ ออยล์ ทริกเกอร์ 8% #7 (TOIL7) ที่ลงทุนในน้ำมัน
ทั้งนี้ ณ วันที่ 7 ต.ค. 2558 ทั้งสองกองทุนเข้าเงื่อนไขเลิกโครงการ โดยกองทุน TISCOC23 มีมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ที่ 10.8156 บาท/หน่วย และกองทุน TOIL7 มีมูลค่าหน่วยลงทุนที่ 10.8578 บาท/หน่วย ผลตอบแทนตามเป้า 8% หลังใช้เวลาบริหารกองทุนเพียง 1 เดือน 7 วัน และ 2 เดือน 1 วัน ตามลำดับ พร้อมปิดกองคืนเงินแก่ผู้ลงทุนได้ก่อนกำหนด
ปัจจุบัน บลจ.ทิสโก้ สามารถสร้างผลงานการบริหารกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ได้อย่างโดดเด่น วัดได้จากจำนวนกองทริกเกอร์ฟันด์ที่เสนอขายตั้งแต่ต้นปี-
9 ต.ค. 2558 มีจำนวน 28 กองทุน โดยครบกำหนดอายุกองทุนแล้ว 12 กอง และอยู่ระหว่างลงทุน 16 กองทุน โดยในจำนวนกองที่ครบกำหนดอายุถึงเป้าหมาย 11 กอง หรือคิดเป็นสัดส่วนกองทริกเกอร์ฟันด์ที่ถึงเป้าหมายถึง 92%
นายสาห์รัช กล่าวว่า สำหรับมุมมองการลงทุน ทิสโก้ยังคงแนะนำให้ลงทุนในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วอย่างยุโรป เยอรมนี ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจและมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง ซึ่งตลาดหุ้นดังกล่าวมีผลตอบแทนโดดเด่นเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นไทย
“ดัชนีตลาดหลักทรัพย์มีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมาติดลบ 5.8% ขณะที่หุ้นยุโรป โดยดัชนี Euro STOXX50 ให้ผลตอบแทนที่ 3.65% หุ้นเยอรมัน ดัชนี DAX ให้ผลตอบแทนที่ 3% และหุ้นญี่ปุ่น ดัชนี Nikkei225 ให้ผลตอบแทนที่ 5.7% ตามลำดับ” นายสาห์รัช กล่าว
สำหรับตลาดหุ้นจีนน่าลงทุน เนื่องจากมีราคาถูกและอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเกิดวิกฤตสหรัฐในปี 2551 ขณะที่เศรษฐกิจคาดว่าชะลอมาถึงจุดต่ำสุด และจะปรับตัวดีขึ้นในอนาคตจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางการจีน







