posttoday
วัดใจรัฐบาล 'บิ๊กตู่' 'ช่วย-ไม่ช่วย'ทีโอทียื้อคลื่น900

วัดใจรัฐบาล 'บิ๊กตู่' 'ช่วย-ไม่ช่วย'ทีโอทียื้อคลื่น900

12 ตุลาคม 2558

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

เป็นกลุ่มเดียวที่ออกหน้าชนอย่างแข็งขันที่สุด สำหรับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที (สรท.) ที่เรียกร้องสิทธิการใช้งานคลื่นความถี่ 900 MHz หลังหมดสัญญาสัมปทานกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ในขณะที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยืนยันว่าต้องเอาคลื่นกลับมาประมูล และดำเนินการไปจนถึงขั้นตอนการเปิดให้ผู้สนใจมารับซองประมูล

“สิทธิการใช้คลื่น 900 MHz ควรอยู่กับทีโอที ไม่เช่นนั้นโครงข่ายมูลค่า 2.1 หมื่นล้านบาท ที่ทีโอทีได้รับมอบจากเอไอเอสตามสัญญาสัมปทานจะด้อยประโยชน์ทันที เพราะเป็นโครงข่ายเปล่าๆ ไม่มีคลื่นความถี่ให้ใช้งาน ซึ่งจะทำให้ทีโอทีในฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐเสียหาย” อนุชิต ธูปเหลือง ประธาน สรท. ให้สัมภาษณ์ “โพสต์ทูเดย์” ถึงจุดยืนของ สรท. ในการทวงสิทธิคลื่น 900 MHz ของทีโอที

ประธาน สรท. ย้ำว่า ทีโอทีได้เตรียมแผนธุรกิจหลังจากหมดสัมปทานไว้แล้ว เพราะปัจจุบันทีโอทีมีสถานีฐานของโครงข่าย 3จี บนคลื่น 2100 MHz ประมาณ 5,000 สถานีฐาน ซึ่งถือว่าความครอบคลุมยังต่ำ แต่เมื่อรับมอบสถานีฐานจากเอไอเอสมาอีกประมาณ 1 หมื่นสถานีฐาน จะทำให้ทีโอทีมีพื้นที่บริการได้ทั่วประเทศ และสามารถนำคลื่น 900 MHz มาใช้งานร่วมกับคลื่น 2100 MHz ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้คลื่น 900 MHz ให้บริการ 2จี สำหรับกลุ่มที่ต้องการใช้บริการด้านเสียงอย่างเดียว ส่วนคลื่น 2100 MHz ก็เอาไว้ให้บริการ 3จี รับส่งข้อมูลความเร็วสูง

ที่สำคัญ โมเดลนี้ใช้เงินลงทุนเพียง 2,000-3,000 ล้านบาท เพื่อปรับเปลี่ยนอุปกรณ์บางอย่างให้ทำงานร่วมกัน และสามารถให้บริการได้ในราคาที่ถูกกว่าเอกชนถึง 5 เท่า เท่ากับเป็นการถ่วงดุลกับภาคเอกชน และช่วยสร้างรายได้แก่รัฐบาลปีละหลายหมื่นล้านบาท

“แต่ถ้าไม่ได้คลื่น 900 คืนมา โมเดลเหล่านี้ก็ไม่เกิด และโครงข่ายที่ได้รับโอนมาก็เป็น Sunk Cost หรือต้นทุนจม”

อนุชิต ระบุว่า ที่ผ่านมา สรท.เคลื่อนไหวเพื่อรักษาสิทธิในคลื่น 900 MHz อย่างแข็งขัน ทั้งการยกขบวนพนักงานทีโอทีหลายร้อยคนไปเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ 2 ครั้ง เพื่อยื่นหนังสือถึงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ให้รักษาสิทธิให้แก่ทีโอที ตลอดจนยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของ กสทช. อีกทั้งส่งมอบข้อมูลต่างๆ แก่นายกรัฐมนตรีผ่านทางศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

ต่างจากฝ่ายบริหารของทีโอทีที่เงียบ ไม่แสดงท่าทีหรือจุดยืนมาโดยตลอด ถึงขั้นที่ประธาน สรท.ให้คะแนน 0 เต็ม 10 เลยทีเดียว

“ตอนผมไปพบผู้บริหารกระทรวงไอซีที ทั้งรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง ท่านก็สนับสนุนทีโอที เพราะมองว่าเป็นสมบัติของชาติ แต่ขอให้มีแผนธุรกิจที่ชัดเจน แต่แผนธุรกิจ แผนรองรับการหมดสัมปทาน มันวนเวียนอยู่ที่บอร์ดยุทธศาสตร์ มันไม่ออกไปถึงรัฐมนตรีไอซีที เวียนกันอยู่ตรงนี้ พอจะให้เสนอขึ้นไปก็ไปตัวเปล่า หรือมีหนังสือไปแต่ไม่ได้ผ่านมติบอร์ด แล้วมันจะอยู่ได้ยังไง คุณเป็นคณะกรรมการ คุณต้องปกป้องดูแลองค์กร ไม่ใช่ไปให้ข่าวว่าทีโอทีไม่มีสิทธิ ถึงเวลาคุณก็ออกไป แต่ผลเสียตกกับประชาชนกับพนักงานทีโอทีทั้งประเทศ”

แม้ว่า สรท.ได้ทำสิ่งที่ควรทำไปหมดแล้ว แต่ กสทช.ก็ยังคงเดินหน้ากระบวนการประมูลคลื่น 900 MHz ต่อไป และรัฐบาลก็ไม่มีท่าทีที่ชัดเจนว่าจะช่วยทีโอทีหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ ประธานสรท. มองว่า “เมื่อมุมมองทางกฎหมายของทีโอทีและ กสทช.ต่างกัน ทางออกก็มี 1.ให้ศาลตัดสิน หรือ 2.ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 44 เพื่อเอาคลื่นมาให้ทีโอทีไปเลย ตอนนี้เหลือแค่วัดใจรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไร”

“ถ้าท่านไม่เอาด้วยก็ไม่ว่ากัน ฝากถึงท่านประยุทธ์ (นายกรัฐมนตรี) ว่าท่านพูดว่ามาเพื่อปราบคอร์รัปชั่น ปราบสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ในมุมของผมคือมันเป็นสมบัติของชาติ มูลค่าเป็นหมื่นล้านแสนล้าน ผมก็พยายามส่งข้อมูลให้ท่านนายกฯ ก็อยู่ที่ผู้บริหารประเทศแล้วว่าจะมองมุมไหน แต่ในฐานะองค์กรที่เป็นของประชาชน ผมคิดว่าเราต้องรักษาสิทธิตรงนี้เอาไว้ ผมไม่เถียงเลยว่าเราไม่ควรกีดกันเทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาประเทศอยู่แล้ว แต่มันเหมาะหรือยังในตอนนี้ อย่างน้อยถ้าให้ทีโอทีมาถึงปี 2568 ให้มาบริหารจัดการ ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่าเอาไปประมูล เอาง่ายๆ ทีโอทีเอาเงินเข้ารัฐเท่าไหร่ เป็นพันล้านหมื่นล้าน มากกว่าประมูลใบอนุญาตละ 1.6 หมื่นล้าน”

ส่วนความเคลื่อนไหวขั้นต่อไป อนุชิต กล่าวว่า สรท.ไม่สามารถฟ้องศาลขอให้ระงับการประมูลเองได้ แต่สามารถฟ้องฝ่ายบริหารได้ฐานละเลย ไม่ปกป้องผลประโยชน์ขององค์กร ดังนั้น หากฝ่ายบริหารไม่ดำเนินการก็ต้องเจอกันแน่

“เราก็ยื่นหนังสือไปหมดแล้ว ทั้งผู้บริหาร รัฐมนตรี กสทช. กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ยื่นไปหมดทุกที่ ขอให้ท่านฟ้อง แต่ถ้าไม่ฟ้องก็เจอผมแน่นอน ผมบอกคุณแล้วนะ คุณไม่ปกป้องเหรอ ไม่ทำผมก็ฟ้องคุณไง ฟ้องแน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่รัฐต้องปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ แต่ผมมั่นใจว่าผู้บริหารผมฟ้องแน่ เพราะเพิ่งไปคุยกันมา ถ้าไม่ฟ้องผมไล่คุณแน่”

ทั้งนี้ นอกจากเรื่องสิทธิการใช้งานคลื่นความถี่ 900 MHz แล้ว การรับโอนทรัพย์สินตามสัญญาสัมปทานจากเอไอเอส ก็มีอีกประเด็นที่ สรท.มองว่ามีความผิดปกติทำให้รัฐเสียหาย

อนุชิต ขยายความว่า สัญญาสัมปทานระหว่างทีโอทีและเอไอเอสเป็นแบบ BTO หรือ Built-Transfer-Operate ซึ่งเมื่อหมดสัมปทานเอไอเอสก็ต้องโอนทรัพย์สินทุกอย่างให้ทีโอทีแล้วจากไปตัวเปล่าๆ ซึ่งทรัพย์สินมีทั้งส่วนที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้

อนุชิต กล่าวว่า ทรัพย์สินส่วนที่จับต้องไม่ได้คือเลขหมาย ซึ่งเดิมมีเลขหมายในโครงข่ายสัมปทานประมาณ 30.4 ล้านเลขหมายที่ต้องถ่ายโอนมาเป็นของทีโอที แต่ปรากฏว่าบริษัทคู่สัญญาไปตั้งบริษัทลูกและโอนถ่ายเลขหมายให้บริษัทลูก ซึ่งทีโอทีมองว่าผิด

“แต่ตั้งแต่ปี 2556 มีการโอนย้ายไปประมาณ 22 ล้านเลขหมาย และเราตรวจสอบแล้วพบว่าโอนไปแบบไม่ถูกต้องประมาณ 90% เพราะไม่มีทั้งบัตรประชาชน ไม่มีลายเซ็นลูกค้า พอปี 2557 กสทช.ยอมรับว่าบริษัทคู่สัญญาถ่ายโอนเลขหมายผิด ต้องถูกปรับ แต่ปรับแค่วันละ 8 หมื่นบาท เรามองว่าไม่ถูกต้อง มันเล็กน้อยมากถ้าเทียบกับรายได้ที่เกิดขึ้น ผมมองว่ารัฐเสียหาย มากๆ เลยตรงนี้ ถ้ากลับมาเป็นของทีโอที ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐ รายได้เป็นหมื่นล้านแสนล้านก็กลับเข้ากระทรวงการคลังไปบริหารประเทศ” อนุชิต กล่าว

นอกจากนี้ หากหักลบจำนวนลูกค้าที่ถูกโอนออกไปแล้ว ก็ควรจะเหลือลูกค้าบนโครงข่ายสัมปทานอีกประมาณ 10 กว่าล้านราย แต่ปรากฏว่าคู่สัญญาแจ้งว่ามีลูกค้าเหลืออยู่เพียง 2-3 ล้านรายเท่านั้น จึงเกิดคำถามว่าแล้วลูกค้าอีก 10 ล้านเลขหมายหายไปไหน?

“สรท.จึงต้องร้องเรียนไปยัง ป.ป.ช. และ สตง.เพื่อให้ตรวจสอบว่า กสทช.ซึ่งมีหน้าที่โดยตรง ทำไมถึงปล่อยปละละเลยให้เกิดเรื่องนี้ได้ ซึ่งทั้ง ป.ป.ช. และ สตง.ก็เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญและพร้อมที่จะดำเนินการทันที” อนุชิต ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน