
สวรรค์ล่ม...เศรษฐกิจโค้งสุดท้ายคนไม่ใช้เงิน
คำถามใหญ่ที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ เศรษฐกิจไทยที่ซึมเซาอยู่ยาวนานมีโอกาสผงกหัวขึ้นมาหรือไม่ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้และปีหน้า ในเมื่อภาคการส่งออกที่เป็นหัวเรือหลักในการขับเคลื่อนของประเทศติดลบหัวทิ่มหัวตำ ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 เมื่อรวม 8 เดือน ทำได้แค่ 142,747 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบไปแล้ว 4.92%
คำถามใหญ่ที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ เศรษฐกิจไทยที่ซึมเซาอยู่ยาวนานมีโอกาสผงกหัวขึ้นมาหรือไม่ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้และปีหน้า ในเมื่อภาคการส่งออกที่เป็นหัวเรือหลักในการขับเคลื่อนของประเทศติดลบหัวทิ่มหัวตำ ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 เมื่อรวม 8 เดือน ทำได้แค่ 142,747 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบไปแล้ว 4.92%
ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะต้องเร่งผลักดันการส่งออกให้ได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 19,400 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อดันยอดส่งออกรวมของปีนี้ให้ติดลบแค่ 3%
ถือเป็นงานที่ท้าทาย เพราะใน 8 เดือนที่ผ่านมา ภาคการส่งออกทำมาค้าขายได้ดีที่สุดแค่เดือนละ 17,600-18,300 ล้านเหรียญสหรัฐ เท่านั้น
ถ้าการส่งออกที่เป็นหัวรถจักรหลักมีน้ำหนักต่อเศรษฐกิจถึง 70% ติดหล่มเช่นนี้ คนไทยจะไปหวังจากอะไรได้บ้าง
หัวใจสำคัญที่ต้องลุ้นอย่างระทึกในฤทัยคือ การลงทุนภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน และการท่องเที่ยวที่มีน้ำหนักรวมกันร่วม 20% ถ้าเครื่องจักรหลักทั้ง 3 ตัวนี้คึกคักเมื่อใด การบริโภคและกำลังซื้อของคนในประเทศจะเกิดขึ้นทันที แต่ถึงตอนนี้แม้จะเริ่มดีขึ้นบ้าง แต่ต้องบอกว่ายังลูกผีลูกคน
ถ้ารัฐบาลยังไม่เร่งตั้งทีมเข้าไปดูแลปัญหาการเบิกจ่ายงบกระตุ้นเร่งด่วน 1.36 แสนล้านบาท และงบประมาณเหลื่อมปี งบประจำที่ทำสัญญาไว้และเบิกจ่ายในสิ้นปีนี้ที่มีงบผูกพันไว้ 2.3 แสนล้านบาทให้ได้ รับรองได้ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจขยายตัวต่ำกว่า 3% แน่นอน ไม่แน่อาจลงลึกไปถึง 2.2-2.5% ถ้าเป็นเช่นนั้นรับประกันว่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลายอย่าได้ฝันถึงโบนัสที่เคยได้
แถมอาจลากให้ภาคธุรกิจต้องเหนื่อยสาหัสกว่าปีนี้อีกเท่าตัว







