posttoday
9เดือนเงินเข้ากองทุน5แสนล.

9เดือนเงินเข้ากองทุน5แสนล.

08 ตุลาคม 2558

9 เดือนเงินไหลเข้ากองทุนรวม 5 แสนล้าน แห่ซบกองเสี่ยงต่ำหนีหุ้นโลกผันผวน

9 เดือนเงินไหลเข้ากองทุนรวม 5 แสนล้าน แห่ซบกองเสี่ยงต่ำหนีหุ้นโลกผันผวน

นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุน บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาของปี 2558 มีเงินไหลเข้าลงทุนในกองทุนรวมสุทธิเกือบ 5 แสนล้านบาท โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ย้ายเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ลงทุนทั่วโลกมีความผันผวนมาก ทำให้การเติบโตของกองทุนรวมปีนี้ในระดับสองหลักเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก

ทั้งนี้ 9 เดือนแรกกองทุนรวมเติบโต 4.07% มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 3.96 ล้านล้านบาท 

“กองทุนตลาดเงินและกลุ่มกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ระยะกลางถึงยาวได้รับความนิยมจากผู้ลงทุนสูงสุด โดยมีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ 1.69 แสนล้านบาท และ 1.25 แสนล้านบาท และ 1.04 แสนล้านบาท ตามลำดับ” นายกิตติคุณ กล่าว

สำหรับกองทุนไฮยิลด์บอนด์ที่ลงทุนต่างประเทศมีเงินไหลเข้าต่อเนื่องกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการสลับเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่กำหนดอายุการลงทุน หรือเทอมฟันด์ที่ลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ โดยในช่วง 9 เดือนแรกมีเงินไหลออก 1.4 แสนล้านบาท แต่ปัจจุบันกองทุนไฮยิลด์บอนด์เริ่มได้รับความนิยมลดลงเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี เนื่องจากผลตอบแทนลดลงเหลือประมาณ 1.8-2.5%

ทั้งนี้ กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ ไม่รวมเทอมฟันด์มีเงินออกไปลงทุนกว่า 1.07 แสนล้านบาท สูงเป็นประวัติการณ์ โดยกองทุนเฮลท์แคร์มีเงินออกไปลงทุนสุทธิ 3.85 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนที่ไปลงทุนต่างประเทศรวม 3.09 แสนล้านบาท เติบโต 40.18% จากสิ้นปีที่ผ่านมา

นายกิตติคุณ กล่าวว่า สำหรับกองทุนหุ้นไทย ไม่รวม LTF และ RMF ได้รับผลกระทบจากตลาดหุ้นไทยที่ผันผวนในไตรมาส 3 นี้ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมลดลงลบ 7.47% มาอยู่ที่ 1.63 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิในช่วง 9 เดือน 4,580 ล้านบาท โดย 2 กลุ่มที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คือ กลุ่มกองทุน Passive Fund มีเงินไหลสุทธิเข้ากว่า 1,700 ล้านบาท และกลุ่มกองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก

นอกจากนี้ ยังพบว่าในช่วงไตรมาส 3 นักลงทุนทยอยเข้าลงทุนในกองทุน LTF จำนวน 1.07 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน รวมทั้งมีเงินไหลเข้ากองทุน RMF จำนวน 4,420 ล้านบาท จากปกตินักลงทุนจะเข้าซื้อช่วงไตรมาส 4 คิดเป็นเม็ดเงินเข้า LTF ประมาณร้อยล้านบาทหรือบางปีติดลบ อย่างไรก็ตาม เมื่อรวม 9 เดือนแรกปีนี้ยอดซื้อสุทธิ LTF จำนวน 3,740 ล้านบาท ส่วน RMF มียอดซื้อสุทธิ 7,133 ล้านบาท

“คาดว่าทั้งปีเงินไหลเข้า LTF น่าจะอยู่ที่ประมาณ 3.3-3.4 หมื่นล้านบาทเหมือนปีที่ผ่านมา ส่วน RMF ก็น่าจะเติบโตได้ต่อเนื่องเช่นเดียวกัน” นายกิตติคุณ กล่าว

นายกิตติคุณ กล่าวว่า สำหรับกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ในปีนี้ออกใหม่ 96 กอง ดึงเงินลงทุนได้ 3.57 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นทริกเกอร์หุ้นต่างประเทศ 57 กองทุน ลงทุนหุ้นไทย 26 กองทุน ลงทุนในน้ำมัน 13 กองทุน โดยมีเพียง 25 กองทุนเท่านั้นที่สามารถทำผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย

สำหรับผลตอบแทนกองทุนในช่วง 9 เดือนแรก กลุ่มกองทุนที่ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ทำได้สูงสุดเฉลี่ย 6.84% รองลงมา กองทุนหุ้นยุโรปเฉลี่ย 4.62% กองทุนหุ้นเฮลท์แคร์เฉลี่ย 4.27% และกองทุนหุ้นญี่ปุ่นเฉลี่ย 2.04%

ขณะที่กองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก และกองทุนหุ้นขนาดใหญ่ในไทย ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 4.81 และติดลบ 7.81 ตามลำดับ ส่วนผลตอบแทนกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ตราสารหนี้ระยะกลางถึงยาวผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวกอยู่ที่ 1.73% และ 1.58% ตามลำดับ

ส่วนกองทุนน้ำมันได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างหนัก ทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนติดลบมากถึง 24.03% ขณะที่กองทุนทองคำยังผันผวนทำให้เฉลี่ยติดลบ 3.79%

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน