
ช่วยอสังหาฯตรงจุด
ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อเกือบทุกภาคอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ก็เป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน เห็นได้จากการที่มีจำนวนบ้านสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 7 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 62,708 ยูนิต เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 65,212 ยูนิตลดลงไป 4% โดยอาคารพานิชย์ลดลงมากที่สุดคือ 42% รองลงมาก็เป็นคอนโดมิเนียมที่ลดลง 17%
ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อเกือบทุกภาคอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ก็เป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน เห็นได้จากการที่มีจำนวนบ้านสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 7 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 62,708 ยูนิต เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 65,212 ยูนิตลดลงไป 4% โดยอาคารพานิชย์ลดลงมากที่สุดคือ 42% รองลงมาก็เป็นคอนโดมิเนียมที่ลดลง 17%
ในขณะที่อสังหาริมทรัพย์แนวราบประเภททาวน์เฮาส์กลับโตขึ้นถึง 37% และบ้านเดี่ยวโต 12% โดยคอนโดมิเนียมที่ยังพอเติบโตได้ก็เป็นกลุ่มพรีเมียมราคาสูง ที่จับกลุ่มเป้าหมายที่มีรายได้สูง ที่ยังมีอำนาจซื้อสูงไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากนัก
ในขณะเดียวกันกลุ่มผู้มีรายได้น้อยกลับเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันมากที่สุด ดูได้จากอัตราส่วนหนี้สินต่อครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปัจจุบันประมาน 81% แต่ถ้าคิดตามวิธีปัจจุบันก็คงอยู่ที่ 90% เข้าไปแล้วโดยไทยกับมาเลเซียเป็นสองประเทศที่มีอัตราส่วนสูงสุดในกลุ่มอาเซียน
ผมอยากเสนอกระทรวงการคลังตั้งงบขึ้นมาอีกก้อน เอาไว้ช่วยค้ำประกันผู้กู้ที่ซื้อขายอสังหาริมรัพย์ในราคาไม่เกิน 2-3 ล้านบาท โดยค้ำประกันให้เพียง 10% ของยอดเงินกู้เพราะว่าจากที่สังเกตดู ผู้ขอสู้ส่วนใหญ่ก็เกือบผ่านเกณฑ์อยู่แล้ว
ถ้ารัฐมีนโยบายนี้ การอนุมัติสินเชื่อน่าจะมีมากขึ้น โดยขอร้องธนาคาร คำนวนยอดกู้ที่ 90% พอ เพราะว่า 10% รัฐบาลค้ำประกันให้ ถ้าเกิดหนี้เสีย ธนาคารยึดบ้านมาขายทอดตลาด แล้วได้เงินไม่พอชดใช้หนี้ รัฐบาลก็จะมาช่วยชำระใน 10% ของหนี้ หลังจากที่ธนาคารเรียกชำระจากลูกหนี้เพิ่มเติมแล้ว
ผมว่าวิธีนี้น่าจะดีกว่าการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนอง ซึ่งผมคิดว่าผลที่ได้จากการลดค่าธรรมเนียมทั้งสองอย่างดังกล่าว ไม่น่าจะมากเท่ากับการช่วยค้ำประกัน 10% อย่างที่ผมเสนอครับ







