
สกัดปั่นหุ้นไอพีโอ ลดซิลลิ่งวันแรกน้องใหม่
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นับตั้งแต่มีเลขาธิการคนใหม่ชื่อ “รพี สุจริตกุล”
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นับตั้งแต่มีเลขาธิการคนใหม่ชื่อ “รพี สุจริตกุล” ได้ขับเคลื่อนจัดโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมในตลาดทุน เพื่อให้ได้รับการยอมรับมากขึ้นในนานาประเทศ และสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับนักลงทุนทุกระดับ รวมถึงการแก้ปัญหาความผิดปกติที่เกิดขึ้นในการซื้อขาย จนเป็นที่มาในการออกหลักเกณฑ์ดูแลการขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง (พีพี) ในราคาต่ำกว่าตลาด การสำรวจความคิดเห็นในการกำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) รวมถึงกองทุนรวม 15 วัน สำหรับผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น (อันเดอร์ไรเตอร์) และล่าสุดกำหนดจะออกกฎเกณฑ์ใหม่ เพื่อต้องการให้หุ้นไอพีโอกระจายถึงมือนักลงทุนอย่างทั่วถึง และไม่ต้องการเห็นราคาวันแรกพุ่งแรงผิดปกติ
ประกิด บุณยัษฐิติ ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการทบทวนเกณฑ์กรอบราคาขึ้นสูงสุด (ซิลลิ่ง) และราคาลดลงต่ำสุด (ฟลอร์) ให้แคบลงจากเดิมที่ 200% สำหรับหุ้นที่เข้าซื้อขายเป็นวันแรกของหุ้นเพิ่มทุนที่เสนอกับประชาชนทั่วไป (ไอพีโอ) ทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และตลาดหลักทรัพย์
เอ็ม เอ ไอ (mai)
“เราพิจารณาเกณฑ์นี้เพื่อควบคุมดูแลปัญหาการปั่นราคาหุ้นขนาดเล็กและกลาง โดยเฉพาะตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ” ประกิด กล่าว
ทั้งนี้ มีข้อมูลพบว่ามีการสร้างราคาหุ้นในวันแรกของการซื้อขาย ส่งผลให้ราคามีการเคลื่อนไหวปรับขึ้นแรงอย่างผิดปกติ ทำให้อัตราราคาปิดต่อกำไร (พี/อี) ปรับพุ่งขึ้นสูงมากถึง 50-90 เท่า ทันทีใน
วันแรกที่เข้าซื้อขาย ประกอบกับปัจจุบันระยะเวลาที่เปิดจองไอพีโอจนถึงวันเข้าซื้อขายวันแรกนั้นสั้นลงเหลือ 5-7 วัน จากอดีตที่เคยใช้เวลาประมาณ 14 วัน จึงจำเป็นต้องให้กรอบราคาซิลลิ่งและฟลอร์ให้เหมาะสมรองรับหลายปัจจัยที่จะส่งผลกระทบกับราคาเข้าซื้อขายในช่วงเวลาดังกล่าว
“นับตั้งแต่วันจองหุ้นไอพีโอจนถึงวันเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นในวันแรกสั้น จึงไม่มีความจำเป็นต้องให้กรอบราคาซิลลิ่งและฟลอร์สูงเท่าเดิม และการปรับเกณฑ์ลดกรอบซิลลิ่งและฟลอร์ไอพีโอวันแรกที่เข้าซื้อขาย ก.ล.ต.อยู่ในช่วงการทำงานไม่ได้มีใครมาร้องเรียน แต่เพราะ ก.ล.ต.พบข้อมูลว่ามีความผิดปกติ” ประกิด กล่าว
รพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. ยอมรับว่า ทั้ง 3 หน่วยงาน คือ ก.ล.ต. สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และ ตลท.ได้มีการหารือร่วมกันถึงแนวคิดการปรับเกณฑ์ลดกรอบซิลลิ่งและฟลอร์ไอพีโอวันแรกที่เข้าซื้อขายเป็นวันแรก แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีข้อสรุปออกมา
แหล่งข่าวจาก ก.ล.ต. เปิดเผยว่า การปรับเกณฑ์ลดกรอบเพดานของราคาซิลลิ่งและฟลอร์สำหรับหุ้นวันแรกเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะปัจจุบัน ก.ล.ต.กำลังศึกษาถึงประเด็นที่ทำให้สภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ผิดปกติ ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลก่อนที่จะเสนอให้ผู้เกี่ยวข้องปรับปรุง ทั้งนี้ เกณฑ์ซิลลิ่ง-ฟลอร์เป็นเกณฑ์ของ ตลท. หากจะมีการปรับปรุงต้องให้ ตลท.ดำเนินการ
“นับตั้งแต่วันที่หุ้นไอพีโอเปิดจองจนถึงวันที่เข้าซื้อขายไม่น่าจะเกิน 7 วัน แต่น่าสงสัยว่าราคาวันแรกถึงร้อนแรง บางตัวชนซิลลิ่ง 200% เลย ทั้งๆ ที่เพิ่งกำหนดราคาขายหุ้นคำนวณตามมูลค่าที่แท้จริง แสดงว่าราคาวิ่งไปอย่างไม่สมเหตุสมผล”
ที่ผ่านมา เรื่องซิลลิ่งและฟลอร์วันแรกของหุ้นใหม่เคยหารือกันถึงขนาดเปิดเสรี ไม่ได้จำกัด 200% เหมือนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่ผู้เกี่ยวข้องต่างมีความเห็นตรงกันว่าไม่ควรเปิดกว้างขนาดนี้ มิเช่นนั้นราคาหุ้นอาจจะปรับตัวขึ้นไปหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ แต่เมื่อซิลลิ่งที่ 200% ใช้มาระยะหนึ่งแล้ว และเห็นว่ามีการซื้อขายที่ผิดปกติ จึงจะต้องทบทวนเกณฑ์ใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์
แหล่งข่าวจาก ตลท. เปิดเผยว่า ก.ล.ต.จะมีการปรับเกณฑ์ลดกรอบเพดานของซิลลิ่งและฟลอร์ลงจากปัจจุบันแน่นอน เพื่อต้องการป้องกันการปั่นหุ้นไอพีโอที่เข้าซื้อขายวันแรก ซึ่ง ก.ล.ต.ตรวจพบข้อมูล อีกทั้งเป็นนโยบายของเลขาธิการ ก.ล.ต.คนใหม่ที่ต้องการดูแลปัญหาในเรื่องนี้
“กรอบซิลลิ่งและฟลอร์ที่จะลดลงกระทบต่อสีสันและเสน่ห์ของหุ้นไอพีโอที่ซื้อขายวันแรกบ้าง แต่จะไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมของการซื้อขาย” แหล่งข่าว เปิดเผย
แหล่งข่าวจากโบรกเกอร์ เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับ ก.ล.ต. ซึ่งมีแนวคิดว่าจะลดกรอบซิลลิ่งและฟลอร์ไอพีโอวันแรกที่เข้าซื้อขาย โดยเฉพาะเพื่อควบคุมในหุ้นตลาด เอ็ม เอ ไอ ซึ่งมีการเสนอขายไอพีโอจำนวนน้อย ส่งผลให้มีการปั่นหุ้นได้ง่าย ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่มักไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องนี้
“เห็นด้วยกับแนวคิดที่ ก.ล.ต.ต้องการดูแลเรื่องการปั่นหุ้น เพราะการที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นไปในวันแรกถึง 200% มีความผิดปกติแน่นอน แต่คิดว่าไม่น่าประกาศกรอบซิลลิ่งและฟลอร์ออกมาทันในปีนี้” แหล่งข่าว เปิดเผย
ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับเลขาธิการ ก.ล.ต. ถึงแนวคิดการดูแลราคาหุ้นรายตัวที่มีการเคลื่อนผิดปกติ รวมถึงการปั่นหุ้น ซึ่งหนึ่งในหลายมาตรการที่คุยกันคือการลดกรอบราคาซิลลิ่งและฟลอร์ของหุ้นไอพีโอทั้งหมดที่เข้าซื้อเป็นวันแรกให้แคบลงจากเดิมที่ 200% ทั้งใน ตลท. และเอ็ม เอ ไอ ซึ่งแม้เป็นเกณฑ์ของ ตลท. แต่ต้องได้รับการอนุมัติเป็นเกณฑ์จาก ก.ล.ต. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล
ทั้งนี้ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยและชมรมวาณิชธนกิจ เห็นว่ากรอบราคาซิลลิ่งและฟลอร์ของหุ้นไอพีโอที่เข้าซื้อขายวันแรกที่ 200% ปัจจุบันถือว่ามีความเหมาะสมและการเคลื่อนไหวปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของราคาตลาด ซึ่งเป็นเรื่องดีและไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ
อย่างไรก็ดี การเปรียบเกณฑ์ราคาซิลลิ่งและฟลอร์ของหุ้นไอพีโอที่เข้าซื้อเป็นวันแรกในต่างประเทศ หากเป็นตลาดหุ้นที่พัฒนาส่วนใหญ่ อาทิ ตลาดหุ้นสิงคโปร์จะไม่มีราคาซิลลิ่งและฟลอร์ของหุ้นไอพีโอที่เข้าซื้อเป็นวันแรก โดยจะปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งมีตลาดหุ้นส่วนน้อยที่กำหนดราคาซิลลิ่งและฟลอร์ไว้ที่ 100%
“การปิดกั้นการขึ้นลงของราคาหุ้นไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการแก้ปัญหาการปั่นหุ้น เพราะมีหลายเรื่องที่ต้องใช้เข้ามาประกอบกัน อาทิ การคัดเลือกหุ้นไอพีโอที่เข้ามาเทรด การกำกับดูแลภาพรวมการซื้อขาย แต่มองว่ามาตรการนี้หากออกมาจะมีผลกับไอพีโอ เพราะใช้กับหุ้นทุกตัว ซึ่งหากมีหุ้นดีๆ ที่ราคาบวกขึ้นแรง เพราะมีปัจจัยบวกภายในของธุรกิจไม่ได้เกิดจากการปั่นก็จะกระทบไปด้วย” ภัทธีรา กล่าว
ภัทธีรา กล่าวอีกว่า หากมีการปรับเกณฑ์ดังกล่าวออกมา เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมตลาดไอพีโอและการดำเนินธุรกิจของโบรกเกอร์ เพราะเป็นมาตรการที่มีเป้าหมายเน้นการแก้ปัญหากับหุ้นที่มีการซื้อขายกับหุ้นที่ราคาร้อนแรงผิดปกติ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในหุ้นกลุ่มขนาดกลางและเล็กบางส่วน รวมนักลงทุนในประเทศเฉพาะกลุ่มเท่านั้น







