
หนี้ครัวเรือนแตะ80.6%จีดีพี
หนี้ครัวเรือนไตรมาสสอง ขึ้นไปแตะ 80.6% ของจีดีพี บริโภคครัวเรือนทรุดต่อเนื่อง
หนี้ครัวเรือนไตรมาสสอง ขึ้นไปแตะ 80.6% ของจีดีพี บริโภคครัวเรือนทรุดต่อเนื่อง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานตัวเลขหนี้ครัวเรือนไตรมาส 2 ปี 2558 ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่ามีจำนวนรวม 10.71 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% ถือเป็นการเติบโตที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงหลายปีก่อนหน้า ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย และการระมัดระวังการอนุมัติสินเชื่อในหลายผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ โดยหนี้ครัวเรือนดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วน 80.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 79.9% และ 79.6% ณ สิ้นไตรมาสแรกปีนี้ และสิ้นปี 2557 ตามลำดับ
ทั้งนี้ หนี้ครัวเรือนที่ปรับเพิ่มในไตรมาส 2 ปีนี้ มาจากการเติบโตของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังปรับลดลง ส่วนสินเชื่ออุปโภคและบริโภคอื่นๆ เช่น สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลชะลอลง หรือค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ทำให้บทบาทของกลุ่มนันแบงก์ต่อการขับเคลื่อนหนี้ครัวเรือนลดลง ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และสหกรณ์ออมทรัพย์ ยังเป็นผู้เล่นหลักที่ปล่อยกู้ให้ภาคครัวเรือนในไตรมาส 2
สำหรับไตรมาส 3 ปีนี้ คาดว่าหนี้ครัวเรือนจะขยับไปอยู่ที่ 81.4-81.8% ของจีดีพี และปรับขึ้นไปที่ 82.0-82.5% ของจีดีพีในสิ้นปีนี้ โดยยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนเติบโต 5.3-6.0% จากปีก่อนหน้า
ด้าน ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจเดือน ส.ค. ระบุว่า การบริโภคภาคเอกชนปรับดีขึ้นเล็กน้อย แต่โดยรวมยังสะท้อนความระมัดระวังการใช้จ่ายของครัวเรือนจากรายได้ที่ลดลง โดยเฉพาะรายได้นอกภาคเกษตรที่ลดลง 0.9% และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 72.3 ขณะที่สถาบันการเงินยังคงระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ
ทั้งนี้ ปัจจัยที่บั่นทอนกำลังซื้อของแรงงานนอกภาคเกษตร มาจากภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางส่งผลให้การจ้างงานนอกภาคเกษตรมีจำนวนผู้ทำงานน้อยกว่า 35 ชั่วโมงเพิ่มขึ้น ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ ขณะที่ผู้ทำงานมากกว่า 35 ชั่วโมงมีจำนวนลดลง ส่งผลให้รายได้แท้จริงของแรงงานนอกภาคเกษตรลดลง







