
ความผันผวนจาก การไม่ขึ้นดอกเบี้ย ของเฟด
จากการประกาศไม่ขึ้นดอกเบี้ยของเฟด มีหลายฝ่ายออกมาวิเคราะห์ว่าเริ่มส่งผลอึมครึม ไม่ชัดเจนต่อระบบการเงินของสหรัฐอเมริกา และระบบการเงินของโลก รวมไปถึงสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มปรับตัวได้อย่างแข็งแกร่งของสหรัฐอเมริกาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้นโยบายทางการเงินที่ให้นักลงทุนเองหรือผู้บริโภครายย่อยสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจที่ถูกต้อง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่เฟดไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้เราเห็นถึงความผันผวนในการตอบรับของทั้งตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน และรวมไปถึงตลาดราคาทองคำซึ่งค่อนข้างได้รับผลกระทบและแกว่งตัวอย่างอ่อนไหว อันจะเห็นได้ว่าหลายครั้งก็มาจับตากันที่ถ้อยแถลงของประธานเฟดสาขาย่อย หรือถ้อยแถลงของประธานเฟดเอง เจเน็ต เยลเลน เมื่อเร็วๆ นี้ แม้จะเป็นการพูดอย่างไม่เป็นทางการในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แต่ก็สามารถสร้างผลกระทบให้ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปรับตัวลดลงกว่า 200 จุด และดีดกลับขึ้นมาได้ในที่สุด
จากการประกาศไม่ขึ้นดอกเบี้ยของเฟด มีหลายฝ่ายออกมาวิเคราะห์ว่าเริ่มส่งผลอึมครึม ไม่ชัดเจนต่อระบบการเงินของสหรัฐอเมริกา และระบบการเงินของโลก รวมไปถึงสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มปรับตัวได้อย่างแข็งแกร่งของสหรัฐอเมริกาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้นโยบายทางการเงินที่ให้นักลงทุนเองหรือผู้บริโภครายย่อยสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจที่ถูกต้อง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่เฟดไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้เราเห็นถึงความผันผวนในการตอบรับของทั้งตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน และรวมไปถึงตลาดราคาทองคำซึ่งค่อนข้างได้รับผลกระทบและแกว่งตัวอย่างอ่อนไหว อันจะเห็นได้ว่าหลายครั้งก็มาจับตากันที่ถ้อยแถลงของประธานเฟดสาขาย่อย หรือถ้อยแถลงของประธานเฟดเอง เจเน็ต เยลเลน เมื่อเร็วๆ นี้ แม้จะเป็นการพูดอย่างไม่เป็นทางการในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แต่ก็สามารถสร้างผลกระทบให้ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปรับตัวลดลงกว่า 200 จุด และดีดกลับขึ้นมาได้ในที่สุด
นั่นก็คือความผันผวนในตลาดการเงินที่วิเคราะห์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา จนทำให้ค่าเงินดอลลาร์และดัชนีดอลลาร์เองก็มีความผันผวนทั้งอ่อนค่าและแข็งค่า แต่ในที่สุดแล้วพื้นฐานของความเป็นจริง คือ ค่าเงินดอลลาร์เริ่มกลับมาปรับตัวแข็งค่าขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นยังคงมีการตอบรับในเชิงลบ เนื่องจากความกังวลในการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ที่ยิ่งช้าก็ยิ่งจะทำให้ตลาดหุ้นและตลาดการเงินมีความผันผวนไม่แน่นอนไปตามตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาเป็นครั้งคราว และลมปากของประธานเฟดแต่ละสาขา ดังนั้นการบริหารการเงินที่ดีจึงจำเป็นที่จะต้องมีนโยบาย
สำหรับตลาดทองคำของไทยก็จะมีความผันผวนจาก 2 สภาวะตามที่ได้วิเคราะห์มาโดยตลอด คือ 1.ราคาทองคำของตลาดโลก 2.ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา โดยทั้งสองประเด็นทำให้เกิดความผันผวนในตลาดทองคำ โดยวิเคราะห์แยกเป็น 2 กลยุทธ์ตามที่ได้วิเคราะห์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ราคาทองคำของตลาดโลกโดยภาพหลักยังคงเป็นแนวโน้มขาลง ในขณะที่ภาพในระยะสั้น 1-7 วัน หลายครั้งก็จะมีความผันผวนและกลับมาดีดตัวขึ้นในระยะสั้นๆ เท่านั้น ในขณะที่ราคาทองคำของไทยกลับดีดตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจนอีกครั้ง หลังจากที่เกิดภาวะหนี้เสียจากโรงงานเหล็กที่ประเทศอังกฤษ กระทบต่อสภาพของภาคการธนาคารและตลาดหุ้นไทยในเชิงลบ เนื่องจากจะมีหนี้เสียมากขึ้น ทำให้ค่าเงินบาทกลับอ่อนค่าลงอีกครั้ง และเริ่มจะทำจุดสูงสุดใหม่ที่บริเวณ 36.35 บาท/เหรียญสหรัฐ
วิเคราะห์ทองคำของไทยในรูปของเงินบาท
ราคาทองคำของไทยในรูปของเงินบาทไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่ง หรือ Gold Futures ก็ตาม จะมีทิศทางเป็น Sideway Up ตามที่ได้วิเคราะห์ไว้ตั้งแต่ต้นว่าราคาทองคำจะได้ผลดีต่อเงินบาทที่อ่อนค่า ในขณะที่ราคาทองคำของตลาดโลกในระยะกลางและระยะยาวยังคงเป็นแนวโน้มขาลง แต่อย่างไรก็ดี จะเห็นการเก็งกำไรอย่างมากในตลาด จึงจะเห็นสภาวะดีดกลับ และเป็นการซื้อแบบ Short Covering ก็ยิ่งสร้างความมึนงงและสับสนให้นักลงทุนไทยพอสมควร แต่อย่างไรก็ดี การรู้จักบริหารเงินลงทุนในสภาวะแบบนี้ จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำในหน่วยของดอลลาร์สหรัฐอเมริกา วิเคราะห์ได้ว่า ในระยะสั้นที่ใช้กราฟในระดับรายชั่วโมงจะเป็นแนวโน้มขาขึ้น โดยจะมีแนวต้านในระยะสั้นที่บริเวณ 1,165 เหรียญสหรัฐ และมีแนวต้านสำคัญที่เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ของนักลงทุนรายวันที่ระดับ 1,185 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่แนวรับสำคัญในระยะสั้นจะอยู่ที่ระดับ 1,120 เหรียญสหรัฐ และ 1,100 เหรียญสหรัฐ เป็นแนวรับระยะกลาง สำหรับทองคำของไทยที่มีหน่วยเป็นค่าเงินบาทนั้นดูจะได้เปรียบกว่าเพื่อน เนื่องจากยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยทองคำของไทยจะมีแนวรับสำคัญระยะสั้นที่ระดับ 19,200 บาท/บาททองคำ และแนวต้านสำคัญจะอยู่ที่ระดับ 19,650 บาท/บาททองคำ
สรุปได้ว่า กลยุทธ์การลงทุนในขณะนี้ทั้งของ Gold Futures และทองคำแท่ง จึงเป็นกลยุทธ์ในทิศทางแนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้นไปก่อน เพื่อลดความเสี่ยงตามสภาวะตลาดที่เข้ามาสนใจในการลงทุนทองคำ ติดต่อได้ที่ MTS Gold Call Center 02-770-7777







