posttoday
สั่งทุกกระทรวงตามงานใส่เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ

สั่งทุกกระทรวงตามงานใส่เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ

25 กันยายน 2558

เตรียมสั่งผู้ตรวจราชการทุกกระทรวง ตามงานมาตรการรัฐใส่เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.37 แสนล้านบาท

เตรียมสั่งผู้ตรวจราชการทุกกระทรวง ตามงานมาตรการรัฐใส่เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.37 แสนล้านบาท

นายจิรชัย มูลทองโร่ย หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักนายกฯ เตรียมนัดผู้ตรวจราชการทุกกระทรวงเข้าหารือเพื่อกำหนดนโยบายการตรวจราชการในปี 59 แบบบูรณาการ โดยเน้นไปที่โครงการที่ลงไปยังพื้นที่ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วนของรัฐบาล วงเงิน 136,000 ล้านบาท ซึ่งผู้ตรวจราชการแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องติดตามผลการดำเนินงานว่า เงินที่ลงไปยังพื้นที่มีผลสำเร็จอย่างไรบ้าง จากนั้นจึงรวบรวมรายละเอียดเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาต่อไป

"ไฮไลด์ของงานตรวจราชการปี 2559 จะเน้นเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเป็นหลัก เช่น เรื่องของการนำเงินกู้ไปสร้างอาชีพที่ทำโดยกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เมื่อชาวบ้านได้เงินไปแล้ว ใช้เงินได้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ เงินที่ได้ไปสร้างอาชีพจริงตรงกับที่ขอเงินหรือไม่ รวมไปถึงข้อติดขัดต่างๆ หากมีปัญหาในขั้นตอนใดก็ให้เร่งแก้ไขเพื่อให้เงินเกิดการหมุนเวียนได้จริงตรงตามนโยบายของรัฐบาล"

สำหรับมาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ผ่านโครงการ 3 โครงการ คือ การส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้าน ด้วยการให้ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยสินเชื่อ แห่งละ 30,000 ล้านบาท วงเงินรวม 60,000 ล้านบาท ให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กู้เงินต่อไปให้สมาชิกแบบปลอดดอกเบี้ย 2 ปี มาตรการที่ 2 คือมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบลด้วยการให้กระทรวงมหาดไทย จัดสรรงบประมาณลงตำบลละ 5 ล้านบาท จำนวน 7,255 แห่ง วงเงินรวม 36,275 ล้านบาท และมาตรการสุดท้าย คือมาตรการกระตุ้นการลงทุนโครงการขนาดเล็กไม่เกิน 1ล้านบาท ของรัฐทั่วประเทศ วงเงิน 40,000 ล้านบาท และมาตรการกระตุ้นการลงทุนโครงการขนาดเล็กไม่เกิน 1 ล้านบาท ของรัฐทั่วประเทศ วงเงิน 40,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังจะหารือถึงผลการตรวจราชการประจำปี 58 โดยเฉพาะงานพัฒนาท้องถิ่นซึ่งก่อนหน้านี้ได้เสนอให้ทุกหน่วยงานผลักดันแผนการขายสินค้าและของที่ระลึกในร้านค้าขายของ ฝาก ต้องยึดเอาจุดเด่น หรือเป็นสินค้าขึ้นชื่อในท้องถิ่นนั้นๆ มาขายเป็นการเฉพาะ แทนการขายสินค้าเหมือนในปัจจุบันที่มีมักนำสินค้าเกือบทุกภูมิภาคมาขาย เพื่อช่วยสร้างความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น และยังทำให้ผู้ซื้อรู้สึกว่า ได้ซื้อของดีที่มีชื่อเสียงในพื้นที่นั้นเพียงแห่งเดียว

ทั้งนี้ในเบื้องต้นได้มอบหมายหน่วยงานในพื้นที่ทั้งภาครัฐ และเอกชน เช่น หอการค้าจังหวัด และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประจำจังหวัด ร่วมกันส่งเสริม ทำความเช้าใจกับผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี จัดทำแผนประชาสัมพันธ์ รูปแบบต่างๆ ให้สามารถรับรู้ได้ในวงกว้าง เพื่อให้ผู้ที่เดินทางมายังพื้นที่ดังกล่าวได้รับทราบว่า เมื่อมาถึงเมืองนี้ มีสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ใดขึ้นชื่อ มาแล้วต้องซื้อกลับไป และบอกตำแหน่งของแหล่งที่มาให้ครบ ซึ่งเรื่องนี้ เดิมหลายพื้นที่มีการประชาสัมพันธ์บ้างแล้ว แต่ก็ยังขาดการบูรณาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงทำให้หลายคนไม่ได้รับทราบข้อมูลสำคัญของสินค้าประจำถิ่นนั้นๆ อย่างชัดเจน

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน