
การค้าเอสเอ็มอีอาเซียนยังต่ำ
เอสเอ็มอีอาเซียนค้าขายกันเองยังน้อย เผชิญอุปสรรคเพียบ
เอสเอ็มอีอาเซียนค้าขายกันเองยังน้อย เผชิญอุปสรรคเพียบ
โจเซ แอล คุยเซีย จูเนียร์ เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำสหรัฐ เปิดเผยว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กำลังเผชิญความท้าทายต่างๆ ที่รัฐบาลและภาคเอกชนต้องร่วมกันแก้ไข เช่น การส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคที่ยังอยู่ในอัตราส่วนน้อยและการเข้าถึงสินเชื่อของธุรกิจเหล่านั้น
คุยเซีย ระบุว่า แม้ธุรกิจเอสเอ็มอีจะคิดเป็นถึง 96% ของธุรกิจทั้งหมดในภูมิภาค และสร้างสัดส่วนการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ถึง 30-35% อย่งไรก็ตาม การค้าการส่งออกระหว่างธุรกิจเหล่านั้นในภูมิภาคกลับมีอัตราส่วนอยู่ที่ 19-31% เท่านั้น
“เอสเอ็มอีเป็นแหล่งจ้างงานที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยคิดเป็นสัดส่วน 50-95% ในภูมิภาค ทั่วทุกภาคส่วนเศรษฐกิจ ทั้งในเมืองและเขตชนบท” คุยเซีย กล่าว
ขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตคนดังกล่าว ระบุว่า เอสเอ็มอียังต้องเผชิญกับข้อจำกัดต่างๆ ที่รัฐบาลและภาคธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และรายย่อยต้องร่วมมือกันหาทางแก้ไข เช่น ข้อจำกัดการเข้าถึงสินเชื่อ เทคโนโลยี ทักษะแรงงาน รวมไปถึงการเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมการดำเนินธุรกิจ คุณภาพผลิตภัณฑ์ การทำการตลาด และอื่นๆ
“และเพื่อที่จะช่วยให้เอสเอ็มอีอยู่รอดและแข่งขันได้ เอสเอ็มอีจะต้องประสบความสำเร็จในการปฏิรูปการดำเนินการ เพิ่มทักษะความเป็นผู้ประกอบการ พัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ โดยการร่วมมือระหว่างรายย่อยและรายย่อยจะช่วยให้ก้าวผ่านปัจจัยต่างๆ ไปได้” คุยเซีย กล่าว
ด้าน คาซูมิ นิชิคาวะ ที่ปรึกษากระทรวงเศรษฐกิจ พาณิชย์ และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลของกลุ่มประเทศอาเซียนกำลังเห็นความสำคัญของเอสเอ็มอี และเริ่มสนใจธุรกิจดังกล่าว ด้วยการทำให้เอสเอ็มอีเหล่านั้นมีศักยภาพการแข่งขันมากขึ้นในตลาดโลก
การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นภายในการประชุม “ธุรกิจรายย่อย : กุญแจสู่การเติบโต” ที่จัดขึ้นที่ศูนย์ศึกษากลยุทธ์นานาชาติ (ซีเอสไอเอส) ที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐ เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีผู้นำ นักธุรกิจ และนักการเมืองของสหรัฐและเอเชียเข้าร่วมด้วย
ทั้งนี้ สำหรับฟิลิปปินส์ เอสเอ็มอีคิดเป็นจำนวนถึง 99% ของธุรกิจทั้งหมดภายในภูมิภาค และช่วยการจ้างงานได้ 65% ของทั้งหมดในทุกภาคส่วนของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนเอสเอ็มอีในฟิลิปปินส์จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีรายได้ต่ำและยังไม่สามารถเข้าถึงโอกาสการทำธุรกิจทั้งจากประชาคมโลกและจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)







