
โจทย์ ‘คนสูงวัย’
โดย...ชัตน์วรี [email protected]
โดย...ชัตน์วรี [email protected]
โจทย์ใหญ่ “ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ” ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีการจัดเสวนาหลายเวที และมีการพูดประเด็นปัญหานี้มานานหลายปีแล้ว คำถามตอนนี้ไทยตื่นตัวมีการเตรียมพร้อมรับเข้าสังคมผู้สูงวัย สรุปเรื่องราวที่น่าสนใจและแนวทางการรับมือปัญหาในอนาคต
ประเด็นที่น่าสนใจ
l สัดส่วนผู้สูงวัย อีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีประชากรที่เป็นผู้สูงอายุสัดส่วนมากกว่า 30% หรือประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรจะเป็นผู้สูงอายุ
l อีก 30 ปีข้างหน้า อัตราส่วนระหว่างประชากรวัยแรงงานต่อผู้สูงอายุจะลดลงจนเหลือเพียง 2 ต่อผู้สูงอายุ 1 คน ซึ่งจะมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจและรายได้ของประเทศ
l ภาระงบประมาณ อีก 10 ปีข้างหน้า รัฐบาลจะมีภาระงบประมาณในการดูแลผู้เกษียณอายุ และดูแลคนชราภาพของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 แสนล้านบาท หรือ 3% ของจีดีพี จากปัจจุบันภาระงบประมาณอยู่ที่ปีละ 3 แสนล้านบาท คิดเป็นประมาณ 2% ของจีดีพี
5 ข้อเสนอแนวทางการเตรียมพร้อมรับสังคมสูงวัย
1.จัดตั้งกองทุนนโยบายบำนาญแห่งชาติ เพื่อที่จะกำกับดูแลระบบการออมเพื่อเกษียณอายุทั้งระบบให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น กองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น
2.ขยายระยะเวลาการเกษียณอายุจากเดิม 60 ปี เป็น 65-70 ปี เพื่อให้ผู้สูงอายุมีรายได้และได้ใช้ประสบการณ์และศักยภาพอย่างเต็มที่ รวมถึงเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน
3.สนับสนุนหรือออกกฎหมายบังคับให้ภาคเอกชนจะต้องมีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อให้การออมเงินที่เพียงพอในช่วงเกษียณอายุ
4.กำหนดให้ผู้ประกันตนสามารถเพิ่มสัดส่วนการออมเงินในกองทุนชราภาพได้ จากปัจจุบันนายจ้างและลูกจ้างจ่ายเงินสมทบฝ่ายละ 3% ซึ่งไม่เพียงพอกับการดำรงชีพในวัยเกษียณ
5.ให้ความรู้ประชาชนด้านการเงินและส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณ
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดในตัวเราเองก็ต้องมีการเตรียมพร้อมที่จะออมเงินหรือวางแผนการเงินเพื่อรองรับเกษียณอายุตัวเอง เพื่อไม่ให้ตกเป็นภาระของสังคมหรือภาระลูกหลานในอนาคต และจะได้เกษียณอายุอย่างมีความสุข







