
ครม.คลอด8มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรเจอพิษแล้ง
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ 8 มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรเจอภัยแล้ง เผยยังไม่งดส่งน้ำหลังฝนตกเพิ่ม
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ 8 มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรเจอภัยแล้ง เผยยังไม่งดส่งน้ำหลังฝนตกเพิ่ม
เมื่อวันที่ 22 ก.ย. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวในที่ประชุมถึงสถานการณ์น้ำ ในขณะนี้ เบื้องต้นลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำทั้งสิ้น 2,500 ล้าน ลบ.ม. ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง มีปริมาณน้ำทั้งสิ้น 4,300 ล้านลบ.ม. และส่วนที่เหลือทั้งประเทศมีปริมาณน้ำทั้งสิ้น 7,800 ลบ.ม. ยังถือว่าไม่เดือดร้อน เพราะยังมีฝนตกลงมาอยู่
ทั้งนี้ แต่อนาคตข้างหน้าพื้นที่ที่อาจจะมีปัญหาวิกฤต คือ พื้นที่เฉพาะลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีพื้นที่ 10.7ล้านไร่ ซึ่งมีเกษตรกร 476,000 ครัวเรือน โดยขณะนี้ประเมินว่าสถานการณ์น้ำคลี่คลายไปได้ระดับหนึ่ง ด้านกรมอุตุนิยมวิทยามีรายงานว่า ในช่วง2-3สัปดาห์หน้า จะมีฝนตกบริเวณพื้นที่ภาคเหนือ และอีสานตอนบน ส่งผลให้สถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักๆพัฒนาดีขึ้น เพราะฉะนั้นจากที่เคยมีข้อสรุปว่าจะต้องมีมาตรการงดส่งน้ำ และคงยังไม่พูดถึง เพราะต้องประเมินสถานการณ์น้ำเป็นรายสัปดาห์ คาดว่าอาจจะพัฒนาดีขึ้น
“นอกจากรายงานของกรมอุตุฯแล้ว ยังมีทีมฝนหลวงอีก 9 ทีม ที่ดำเนินการในพื้นที่ที่สามารถจะทำให้ฝนตกลงมาในแอ่งรับน้ำเพื่อไหลลงสู่เขื่อน โดยไม่ให้ไปซ้ำเติมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากหย่อมความกดอากาศต่ำจากพายุหว่ามก๋อ”พล.ต.สรรเสริญ ระบุ
ทั้งนี้ที่ประชุมครม. ได้เห็นชอบ 8 มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรดังนี้
1.การส่งเสริมความรู้และปัจจัยการผลิตเพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน ซึ่งมีการแยกงานอย่างชัดเจน เน้นสนับสนุนการสร้างอาชีพและส่งเสริมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกพืช โดย กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
2.การชะลอหรือขยายระยะเวลาในการชำระหนี้ของเกษตรกรต่อสถาบันการเงิน มีกระทรวงเกษตร และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) ดำเนินการ
3.การจ้างงานและรายได้ให้เกษตรกร มีกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงแรงงานดำเนินการ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลงไปในระบบ 130,000 ล้านบาท ผ่านกองทุนหมู่บ้าน ชุมชนเมือง ตำบลละ 5 ล้าน รวมไปถึงการกระตุ้นโครงการของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่เกิน1ล้านบาท
4.การเสนอโครงการตามความต้องการของชุมชน กระทรวงเกษตรฯดำเนินการ
5.การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำที่ทุกส่วนราชการต้องรณรงค์อย่างประหยัด และปฏิบัติให้เป็นตัวอย่าง
6.การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน ให้กระทรวงเกษตรฯดำเนินการขุดลอกแหล่งน้ำเกษตร และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดูแลการขุดบ่อน้ำบาดาล
7.การเสริมสร้างสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อช่วยลดรายจ่ายให้เกษตรกร
8.การสนับสนุนด้านอื่นๆ ที่มีกระทรวงมหาดไทย ธกส. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดำเนินการหารือในรายละเอียด และเสนอโครงการที่จำเป็น







