
เปิดลงทุน‘เฮดจ์ฟันด์’
ก.ล.ต.เปิดทางลงทุนกองทุนเฮดจ์ฟันด์ รับเปิดเสรีลงทุนนอก พร้อมปรับเกณฑ์ให้ทันสมัย
ก.ล.ต.เปิดทางลงทุนกองทุนเฮดจ์ฟันด์ รับเปิดเสรีลงทุนนอก พร้อมปรับเกณฑ์ให้ทันสมัย
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.เตรียมออกหลักเกณฑ์เพื่อเปิดให้นักลงทุนไทยลงทุนในกองทุนที่มีการป้องกันความเสี่ยง (เฮดจ์ฟันด์) คาดว่าจะเสนอคณะกรรมการเพื่อขอความเห็นชอบในปีนี้และน่าจะบังคับใช้ไตรมาสแรกปี 2559
“ถือเป็นการเปิดให้นักลงทุนมีโอกาสได้เรียนรู้และรู้จักการลงทุนที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเหมือนในต่างประเทศและรองรับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดให้นักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศได้อย่างเสรีตั้งแต่ปี 2559” นายรพี กล่าว
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นกองทุนเฮดจ์ฟันด์จะเปิดให้กลุ่มนักลงทุนที่เป็นระดับบนขั้นสูง (อัลตรา ไฮเน็ตเวิร์ก) ลงทุนเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นกลุ่มที่มีรายได้ 7 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีสินทรัพย์ 70 ล้านบาทหรือมีพอร์ตลงทุน 20 ล้านบาท โดยจะขอความเห็นจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ก่อนสรุป
น.ส.จอมขวัญ คงสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและพัฒนาธุรกิจจัดการลงทุน ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต.อยู่ระหว่างแก้ไขประกาศกฎเกณฑ์การลงทุนของกองทุนรวมสำหรับนักลงทุนทั่วไป เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการลงทุนและมีหลักการเป็นสากลมากขึ้น คาดว่าจะประกาศใช้ได้ในปีนี้และให้เวลา บลจ.เตรียมตัวหลังประกาศบังคับใช้แล้ว 1 ปี แต่หาก บลจ.ไหนพร้อมก็ทำก่อนได้
สำหรับเกณฑ์ที่แก้ไข เช่น การลงทุนในตราสารหนี้ที่มีระดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับลงทุนได้ (นัน-อินเวสเมนต์ เกรด) จากเดิมจำกัดการลงทุนไว้ไม่เกิน 15% ของมูลค่าสินทรัพย์กองทุน โดยเปิดให้ลงทุนได้ไม่จำกัด แต่จำกัดตราสารของแต่ละบริษัทที่ลงทุนไม่เกิน 5% ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุน
นอกจากนี้ เพิ่มหลักเกณฑ์กองทุนรวมที่ขายให้นักลงทุนทั่วไปที่ลงทุนในตราสารอนุพันธ์ โดยจะลงทุนได้ไม่เกินสินทรัพย์สุทธิของกองทุนก็ได้หรือจะเลือกใช้เกณฑ์จำกัดความเสี่ยงโดยจำกัดผลขาดทุนไว้ไม่เกิน 20% หรือไม่เกิน 2 เท่าของดัชนีเทียบวัด ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้ในระดับสากล ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้การลงทุนมากขึ้น
“ก.ล.ต.จะเน้นให้ บลจ.เปิดเผยข้อมูลให้นักลงทุนครบถ้วน ชัดเจน ซึ่งนักลงทุนก็ต้องเข้าใจสิ่งที่ตัวเองลงทุนด้วย” น.ส.จอมขวัญ กล่าว







