
แบรนด์แพ้ทางราคา
มุมมองจากเจ้าของธุรกิจรายย่อยหลายรายบอกว่านโยบายหรือแผนงานของหน่วยงานรัฐภายใต้สังกัดกระทรวงเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมาในช่วงปีที่ผ่านมานั้นถือว่ามีหลักคิดดี ด้วยพยายามตอบโจทย์เพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีไทย ที่กำลังพลิกตัวจากการเป็นผู้ผลิตมาเป็นผู้ทำตลาดไปด้วยพร้อมกัน
มุมมองจากเจ้าของธุรกิจรายย่อยหลายรายบอกว่านโยบายหรือแผนงานของหน่วยงานรัฐภายใต้สังกัดกระทรวงเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมาในช่วงปีที่ผ่านมานั้นถือว่ามีหลักคิดดี ด้วยพยายามตอบโจทย์เพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีไทย ที่กำลังพลิกตัวจากการเป็นผู้ผลิตมาเป็นผู้ทำตลาดไปด้วยพร้อมกัน
ทว่าในมุมกลับกันแล้ว แนวทางดังกล่าวของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการช่วยเหลือรายย่อยนั้นกลับเดินช้ากว่าเอกชนไปหนึ่งก้าวเสมอ
ผู้ประกอบการธุรกิจในอุตสาหกรรมสิ่งทอรายหนึ่ง ระบุถึงแผนการทำงานของหน่วยงานรัฐหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเอสเอ็มอีไทยโดยตรง ที่ยังติดกับดักการทำงานแบบราชการไทย ไม่ได้มีการคิดแผนงานใหม่ๆ ที่ทันกับสถานการณ์ของตลาดที่เกิดขึ้นจริงๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เห็นได้ชัดเจนจากหัวข้อการอบรมสัมมนาของในแต่ละปีที่จะถูกวางเป็นธีมหรือทิศทางเดียวกันทั้งหมด
อย่างในปีนี้ “ดิจิทัล อีโคโนมี” เป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่รัฐบาลได้วางไว้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต ซึ่งทำให้เกิดการจัดงานสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพื่อให้นำมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ก็ไม่อาจสามารถวัดผลความสำเร็จได้จริงหรือไม่? จากผู้เข้ามารับการอบรมที่มองดูแล้วไม่น่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายซึ่งอาจเป็นเพียงจัดงานสัมมนาขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับไทม์ไลน์ของแผนงานในแต่ละหน่วยงานที่วางไว้เท่านั้น
หรือในช่วงปีที่ผ่านมา “การสร้างแบรนด์” เป็นกระแสที่มาแรง หลายคนบอกว่าธุรกิจจะไปได้หรืออยู่ได้อย่างยั่งยืนจำเป็นจะต้องสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ทำให้เกิดการจัดงานสัมมนาในหัวข้อเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ออกมาเป็นจำนวนมาก หรือในหัวข้อด้านการตลาดต่างๆ ทั้งหลักคิดในการตั้งราคาสินค้าสำหรับเอสเอ็มอีและโอท็อป เป็นต้น
ทว่าเมื่อเจ้าของสินค้าออกไปทำตลาดด้วยตัวเองแล้ว จะพบความจริงว่าความรู้จากการอบรมสัมมนาที่ภาครัฐจัดขึ้นนั้นในบางครั้งก็ล้าหลังไปแล้ว ด้วยปัจจุบันกำลังซื้อในต่างประเทศชะลอตัวลง ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าที่มีราคาย่อมเยามากกว่า เมื่อเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกัน ขณะที่ความรู้จากการตั้งราคาสินค้าเพื่อจำหน่ายก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้จริง ด้วยเป็นราคาที่สูงเกินจริงกว่าคู่แข่ง ด้วยผู้มาให้ความรู้ในเรื่องนี้มักเป็นนักวิชาการที่ยึดหลักทฤษฎี ไม่ได้เป็นตัวจริงที่อยู่ในสนามการค้า
ด้วยตลาดในกลุ่มประเทศที่กำลังเติบโตในเวลานี้ ผู้บริโภคจะตระหนักราคาสินค้ามากกว่าคุณภาพที่มาทีหลัง ขณะที่ความจงรักภักดีของแบรนด์เริ่มใช้ไม่ได้ผลในสถานการณ์เศรษฐกิจเช่นนี้ ซึ่งทำให้เจ้าของสินค้าหลายรายต้องปรับตัวเอง พร้อมมองหากลยุทธ์ใหม่ในการทำธุรกิจว่าทำอย่างไรก็ได้ที่จะทำให้ของขายได้มากกว่าแทน
ขณะที่ภาครัฐนั้นจะต้องทำการบ้านให้มากกว่านี้ก่อนคิดหัวข้อการจัดอบรมสัมมนาออกมา ซึ่งรวมถึงบริการแหล่งข้อมูลเชิงลึกเศรษฐกิจของแต่ละประเทศมากขึ้นเพื่อให้รายย่อยมีโอกาสเข้าถึง โดยทุกวันนี้หากลองเข้าไปในเว็บไซต์หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอีโดยตรงแทบจะไม่พบฐานข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากนักกับผู้ประกอบการเลย







