
แนะซื้อ DTAC มองกำไรฟื้นปีหน้าและอนาคต
โดย...บล.บัวหลวง
โดย...บล.บัวหลวง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง คงคำแนะนำ “ซื้อ” บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น (DTAC) โดยให้ราคาเป้าหมาย 88 บาท หลังปรับลดราคาลง 7%
ปัจจุบันหุ้น DTAC ถูกเทขายมากเกินไป เราแนะให้นักลงทุนมองข้ามผลประกอบการไตรมาส 3 ที่คาดว่าจะออกมาแย่มาก ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นเล็กน้อยในไตรมาส 4 และมุ่งไปที่ผลประกอบการที่จะเริ่มดีดกลับในปี 2559 และเนื่องจากกำไรสุทธิไตรมาส 3 รวมถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการที่ช้ากว่าที่คาดก่อนหน้า จึงทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ลงอีก 15% มาอยู่ที่ 6,500 ล้านบาท และปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ลงอีก 6% มาอยู่ที่ 7,800 ล้านบาท
“ถึงแม้ว่าจะปรับลดราคาเป้าหมายหุ้นลงเหลือ 88 บาท และประมาณการกำไรสุทธิลงจากเดิม แต่เรายังคงคำแนะนำซื้อ หุ้น DTAC เนื่องจากการคาดการณ์การฟื้นตัวของผลประกอบการในปี 2559 และอัพไซด์ในอนาคตที่จะมาจากการคาดการณ์ว่า DTAC มีแนวโน้มเป็นผู้ชนะประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ และดีลบริษัทร่วมทุนที่ DTAC จะจัดตั้งขึ้นในอนาคตร่วมกับ กสทฯ” บล.บัวหลวง ระบุ
ทั้งนี้ คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2558 ที่ 1,140 ล้านบาท ลดลง 56% เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และ 18% จากไตรมาส 2 หากไม่รวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรหลักอยู่ที่ 1,430 ล้านบาท ลดลง 44% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 9% เทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากรายได้ที่ลดลง (ไม่มีผลกระทบของการเพิ่มขึ้นของรายได้ตามฤดูกาล) และต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากค่าใช้จ่ายด้านโครงข่าย ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ค่าใช้จ่ายด้านการทำตลาด ค่าใช้จ่ายด้านการบริหารและจัดการทั่วไป และภาระดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งกลบผลกระทบจากผลขาดทุนที่ลดลงของธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์มือถือ
“เราคาดต้นทุนด้านกฎระเบียบมีแนวโน้มทรงตัวจากไตรมาส 2 และผลขาดทุนรวมถึงมาร์จิ้นของการขายเครื่องโทรศัพท์มีแนวโน้มลดลง 16% ในไตรมาส 3 เทียบกับลดลง 19% ในไตรมาส 3 ปี 2557 และลดลง 20% ในไตรมาส 2 ปี 2558 เนื่องจากการอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ลดลงรายได้บริการ (ที่ไม่รวมไอซี) ลดลง 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 1% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากรายได้บริการเสียงที่ลดลง 16% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 4% ไตรมาสก่อน ซึ่งผลกระทบของรายได้บริการข้อมูลที่เพิ่มขึ้น 12% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และ 4% ไตรมาสก่อน จำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่ยังคงติดลบในไตรมาส 3 เนื่องจากผลกระทบทางลบที่ต่อเนื่องจากจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่ระบบพรีเพดที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการจดทะเบียนผู้ใช้บริการระบบพรีเพดเข้าสู่ระบบ
คลื่นความถี่ จำนวน 5 เมกะเฮิรตซ์จะคืนกลับให้ กสทช. เพื่อนำไปใช้ในการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ รวมเป็นจำนวน 30 เมกะเฮิรตซ์ทันก่อนประมูลในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งเรายังคงไม่มั่นใจว่า DTAC และ กสทฯ จะสามารถคืนคลื่นได้ทัน เนื่องจากอาจต้องใช้เวลามากกว่า 3 เดือน ส่วนเรื่องที่ กสทช.อนุมัติให้ DTAC และ กสทฯ เข้าใช้คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 20 เมกะเฮิรตซ์ ที่ยังไม่ได้ใช้งานเพื่อนำไปให้บริการ 4จี เราเชื่อว่าเป็นอัพไซด์สำหรับรายได้ที่จะมาจากบริการ 4จี ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตสำหรับ DTAC
สำหรับดีลการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง DTAC และ กสทฯ เหลือเพียงแค่ขั้นตอนรออนุมัติจาก ครม. โดยทั้ง DTAC และ กสทฯ จะเข้าไปถือหุ้นและมีอำนาจในการควบคุมในบริษัทร่วมทุนทั้งสองบริษัท เราเชื่อว่าบริษัทร่วมทุนดังกล่าวถือว่าเป็นอัพไซด์ต่อ DTAC ในอนาคต ลดภาระเงินลงทุน และการรับรู้แหล่งรายได้ใหม่ในอนาคตที่จะมาจากค่าเช่าที่ต่อเนื่องในระยะยาวจากบริษัทร่วมทุน







