posttoday
กสิกรฉีกตลาดกองทุน

กสิกรฉีกตลาดกองทุน

14 กรกฎาคม 2553

อิงความเสี่ยงพันธบัตร5ปท. คุย3ปีจ่าย3.2%ดีกว่าหุ้นกู้

โพสต์ทูเดย์ — บลจ.กสิกรไทย สร้างตลาดใหม่ ออกกองทุน “เค สมาร์ท เอฟทีดี” ยอมรับรูปแบบลงทุนเข้าใจยาก แต่ผลตอบแทนดี 3 ปี 3.23.4%

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า วันที่ 1521 ก.ค.นี้ จะเปิดขายกองทุนเปิด เค สมาร์ท เอฟทีดี 3 ปี เอ ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Credit Linked Note) ประเภทเอฟทีดี (FirstToDefault) ที่ออกโดยสถาบันการเงินต่างประเทศ 4 แห่ง อายุกองทุนประมาณ 3 ปี และคาดว่าจะให้ผลตอบแทนประมาณ 3.23.4% ต่อปี

ทั้งนี้ ผลตอบแทนของกองทุนจะมาจาก 2 ส่วน คือ ดอกเบี้ยของตราสารที่เข้าไปลงทุนประมาณ 2.32.5% และอีกส่วนหนึ่งเป็นค่ารับประกันความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ (CDS) ของพันธบัตรรัฐบาล 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเกาหลีใต้

ดังนั้น ความเสี่ยงที่กองทุนจะไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดไว้ หรือสูญเสียเงินต้นจะมีอยู่ 2 กรณี คือ สถาบันการเงินต่างประเทศ 1 ใน 4 แห่ง ที่เป็นผู้ออกตราสารล้มละลายหรือผิดนัดชำระหนี้ และการผิดนัดชำระหนี้ของพันธบัตรรัฐบาล 1 ใน 5 ประเทศ

อย่างไรก็ตาม นายพัชร กล่าวว่า โอกาสที่สถาบันการเงิน 4 แห่ง จะล้มละลายหรือผิดนัดชำระหนี้นั้นมีอยู่ไม่มากนัก เนื่องจากมีฐานะการเงินแข็งแกร่งและได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ A ขึ้นไป ขณะที่เศรษฐกิจของทั้ง 5 ประเทศที่เข้าไปรับประกันความเสี่ยงมีโอกาสที่จะผิดนัดชำระหนี้ต่ำเช่นกัน เพราะเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว มีฐานะการคลังที่ดี สัดส่วนหนี้สินต่อจีดีพีต่ำ ยกเว้นญี่ปุ่นที่ภาครัฐมีหนี้สูง แต่ภาคเอกชนแข็งแกร่ง นอกจากนี้ทุกประเทศยังมีอันดับความน่าเชื่อถือ A ขึ้นไป ยกเว้นประเทศไทยที่อันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ BBB+

“แม้ว่ากองทุนรูปแบบใหม่นี้จะเข้าใจยาก เพราะค่อนข้างซับซ้อน แต่เมื่อเทียบกับตราสารที่มีอายุและความเสี่ยงใกล้เคียงกันแล้ว กองทุนนี้จะให้ผลตอบแทนดีกว่า เช่น หุ้นกู้บริษัทเอกชนไทย อายุ 3 ปี อันดับความน่าเชื่อถือในประเทศ A ให้ผลตอบแทนหลักหักภาษีเท่ากับ 2.64% เท่านั้น แต่คนขายก็บอกว่าอธิบายยาก เพราะฉะนั้นถ้าขายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท ก็พอใจแล้ว เพราะเราอยากนำเสนอทางเลือกในการออมให้กับลูกค้า” นายพัชร กล่าว

นายพัชร กล่าวอีกว่า เร็วๆ นี้มีแผนที่จะออกกองทุน KGEMO ซึ่งเป็นกองทุนผสมมีนโยบายลงทุนหุ้นและตราสารหนี้ทั่วโลก

นอกจากนี้ นายพัชร ยังกล่าวถึงแนวคิดของรัฐบาลที่จะปรับกฎเกณฑ์ของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ว่า วิธีที่ดีที่สุด คือ การปรับลดเพดานวงเงินลงทุนสูงสุดจาก 5 แสนบาท ในปัจจุบันลงมา เพราะผู้เสียภาษีที่ลงทุน LTF ระหว่าง 45 แสนบาท มีอยู่ไม่ถึง 10% แต่ไม่ควรจะปรับลดลงมาทั้งหมด เพราะจะทำให้ผู้เสียภาษีส่วนใหญ่เสียประโยชน์ และยังเสียโอกาสในการพัฒนาตลาดทุน ที่เป็นวัตถุประสงค์เดิมของกองทุน LTF

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน