posttoday
กระทรวงการคลังและแบงก์ชาติ  ภารกิจที่แตกต่าง...แต่ประโยชน์ร่วมกัน

กระทรวงการคลังและแบงก์ชาติ ภารกิจที่แตกต่าง...แต่ประโยชน์ร่วมกัน

14 กรกฎาคม 2553

 ....ชาติชาย พยุหนาวิชัย

 ....ชาติชาย พยุหนาวิชัย

 

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นข่าวที่มีการติดตามและพูดถึงกันมากไม่แพ้การรอลุ้นผลการพยากรณ์ของ “ปลาหมึกพอล” ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศกีฬาฟุตบอลโลกปี 2010 ทั้งยังสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงการธุรกิจการเงินและการธนาคารอย่างกว้างขวาง ในที่สุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติเห็นชอบอนุมัติให้ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แทน นางธาริษา วัฒนเกส ที่จะหมดวาระลงในเดือน ก.ย.นี้

หลายท่านคงเริ่มมีอาการสงสัยว่า ตกลงภารกิจหลักของธนาคารแห่งประเทศไทยคืออะไร ทำหน้าที่ต่างจากกระทรวงการคลังอย่างไร ทำไมผู้คนถึงให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผู้ว่าการ ธปท. ในครั้งนี้กันมากถึงขนาดนี้ วันนี้ผมขออธิบายคร่าวๆ ให้ท่านผู้อ่านพอเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นนะครับ

ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือที่เรารู้จักกันดีในนามของ “แบงก์ชาติ” มีหน้าที่หลักๆ คือ 1) จัดพิมพ์และออกใช้ธนบัตรเพียงผู้เดียวในประเทศไทย

2) กำหนดและดำเนิน “นโยบายการเงิน” ซึ่งเป็นนโยบายที่ธนาคารกลางใช้สำหรับควบคุมปริมาณเงิน และต้นทุนของเงิน (ดอกเบี้ย) ที่หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้เพื่อให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ และมีการเจริญเติบโตในทิศทางที่ต้องการ ส่วนใหญ่จะใช้นโยบายนี้ร่วมกับนโยบายการคลังของรัฐบาล

3) เป็นนายธนาคารและนายทะเบียนหลักทรัพย์ของรัฐบาล เช่น การรับจ่ายเงินเพื่อบัญชีฝากของกระทรวงการคลัง การรับเก็บรักษาเงิน หลักทรัพย์ หรือของมีค่าอย่างอื่นเพื่อประโยชน์ของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

4) เป็นนายธนาคารของสถาบันการเงิน โดยการให้กู้ยืมเงินหรือให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สถาบันการเงิน เพื่อเสริมสภาพคล่อง ส่วนงานรองอื่นๆ เช่น กำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน วิเคราะห์ฐานะและการดำเนินงาน ตลอดจนการบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงิน เพื่อให้มีเสถียรภาพ และ บริหารจัดการ และควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เป็นต้น

ในขณะที่บทบาทและหน้าที่ของกระทรวงการคลังนั้น จะเน้นหนักไปทางด้านการเงินการคลังของแผ่นดินเป็นหลัก โดยมีภารกิจสำคัญที่แตกต่างจาก ธปท.โดยสิ้นเชิง นั่นคือ 1) การกำหนด “นโยบายการคลัง” ซึ่งเป็นนโยบายในการหารายได้และการใช้จ่ายของรัฐบาล โดยรายได้มาจากการเก็บภาษีประเภทต่างๆ ทั้งจากผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้มีรายได้ อาทิ ภาษีเงินได้ ภาษีการค้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีศุลกากร เป็นต้น ส่วนการใช้จ่ายมาจากการจ่ายเงินงบประมาณ โดยผ่านทางส่วนราชการกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ

2) กำหนดนโยบายภาษี และบริหารการจัดเก็บภาษี

3) กำหนดนโยบายรายจ่ายและหนี้สาธารณะ บริหารรายรับรายจ่ายและหนี้สาธารณะและบริหารพัสดุภาครัฐ

4) บริหารที่ราชพัสดุ เหรียญกษาปณ์ รัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ และทรัพย์สินอื่นๆ ของรัฐ โดยมีภารกิจบางส่วนที่เชื่อมโยงกับ ธปท. ทั้งในส่วนของการกับกำกับดูแล ธปท. โดยทั่วไป เช่น ให้คำแนะนำในการแต่งตั้ง/ถอดถอนผู้ว่าการฯ รองผู้ว่าการฯ และกรรมการ ธปท. การรักษาการตามกฎหมาย (ได้แก่ พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ เงินทุน และเครดิต พ.ร.บ.เงินตรา พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน) เช่น พิจารณาให้/เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ เงินทุน และเครดิต รวมไปถึงภารกิจอื่นๆ ได้แก่ การสร้างกลไกในการพัฒนาระบบการเงินและระบบสถาบันการเงิน เช่น เสนอ พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก และ พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต เป็นต้น

แต่ไม่ว่าภารกิจหลักของทั้งสองหน่วยงานจะแตกต่างกันเพียงใด เมื่อมองในภาพรวมแล้ว ทั้งสองหน่วยงานก็ต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นคือ “มุ่งเสริมสร้างและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” นั่นเอง เพียงแค่สวมหมวกกันคนละใบเท่านั้นเองครับ ทีนี้ท่านผู้อ่านคงพอจะเริ่มเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของแบงก์ชาติและกระทรวงการคลังกันแล้วนะครับ จะได้ร้อง “อ๋อ!” กันสักทีว่า ทำไมหาผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ทั้งที ถึงสะเทือนกันไปทั้งประเทศ มันเป็นเพราะอย่างนี้แหละครับ

ภายหลังจากการเกิด ปรากฏการณ์ “คุณประสาร” ขึ้น บรรดาสื่อมวลชนและผู้สื่อข่าวมักตั้งคำถามว่าผมมีความคิดเห็นต่อ “ผู้ว่าการฯ คนใหม่” อย่างไรบ้าง

โดยส่วนตัวแล้ว ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ท่านได้รับตำแหน่งนี้ เพราะจากการที่ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับท่านขณะที่ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของธนาคารกสิกรไทยกว่า 6 ปี คุณประสารเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญรอบด้าน เข้าใจการทำงานของทั้งฝั่งที่เป็นธนาคารพาณิชย์ (ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของธนาคารกสิกรไทย และเคยดำรงตำแหน่งกรรมการและประธานสมาคมธนาคารไทย) และฝั่งธนาคารแห่งประเทศไทย (เนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งใน ธปท.) รวมถึงฝั่งตลาดทุน ที่ท่านเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และมีผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งจากนักลงทุนและนักวิชาการรวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งทำให้ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และความเข้าใจถึงกลไกตลาดเงินและตลาดทุนที่มีความเกี่ยวข้องกันเป็นอย่างดีอีกด้วย

การที่เราได้บุคคลที่เข้าใจมุมมองการทำงานทั้งสามด้านเป็นอย่างดี ทั้งด้านที่เกี่ยวกับการเงิน การธนาคารและตลาดทุน ประกอบกับรูปแบบการทำงานที่เด่นชัดของคุณประสาร นั่นคือเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในการทำงาน และปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส (Good Governance) ซื่อสัตย์สุจริต ประกอบกับเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อควรพิจารณาคัดเลือกผู้ว่าการธนาคารเเห่งประเทศไทยทั้ง 13 ข้อ ผมจึงมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่นี้จะเข้ามาช่วยพัฒนาภาคการเงิน ระบบธนาคาร ขยายวงกว้างไปถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยให้สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแน่นอนครับ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69