
ฝรั่งขายหุ้นได้อีก
ตลท.เปิดข้อมูลต่างชาติขายหุ้นแทบหมดหน้าตักจากซื้อหนัก 4 แสนล้านบาท หุ้นไทยไร้เสน่ห์
ตลท.เปิดข้อมูลต่างชาติขายหุ้นแทบหมดหน้าตักจากซื้อหนัก 4 แสนล้านบาท หุ้นไทยไร้เสน่ห์
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยเป็นจำนวน 9.3 หมื่นล้านบาท ถือว่าต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2556 ที่มีข่าวสหรัฐจะหยุดการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการขายหุ้นไทยรอบนี้
ทั้งนี้ ตลอดเกือบ 3 ปี ต่างชาติขายหุ้นไทย 3.2 แสนล้านบาท ซึ่งเกือบจะแตะระดับที่เคยเข้าซื้ออย่างหนักจากมาตรการคิวอีของสหรัฐอเมริกา ระหว่างปี 2552-2555 แม้จะซื้อจริง 2 แสนล้านบาท แต่เมื่อดัชนีหุ้นไทยเพิ่มขึ้น 100% ทำให้มูลค่าหุ้นไทยในมือต่างชาติเพิ่มเป็น 4 แสนล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนการถือครองของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มจากระดับ 32% เป็น 37% ทำสถิติสูงสุด
หากพิจารณาจากตัวเลขดังกล่าว ยังมีโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะขายหุ้นไทยได้อีก เพราะเป็นการขายเพื่อปรับพอร์ตตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้ของนักลงทุนสถาบัน และไม่ได้เกิดขึ้นกับประเทศไทยเท่านั้น แต่เนื่องจากไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้น ทั้งปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง อีกทั้งอัตราราคาเทียบกับกำไรย้อนหลัง 12 เดือน อยู่ที่ระดับ 18 เท่า ค่อนข้างสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตจะอยู่ที่ 15 เท่า ทำให้หุ้นไทยแพงในสายตานักลงทุนต่างชาติ
นอกจากนี้ ดัชนีตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือน ส.ค. ลดลง 7.7% ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติขาดทุนสองเด้งจากอัตราแลกเปลี่ยน กรณีค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอีก 8.9% อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่านักลงทุนต่างชาติคงขายออกมาอีกไม่ได้มาก หลังจากขายออกมามากแล้วจนทำให้ยอดการถือครองหุ้นไทยของต่างชาติกลับมาอยู่ที่ระดับ 32% ต่ำสุดในรอบหลายปี ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์มากกว่า
“ค่าพีอีคำนวณจากกำไรย้อนหลังสูงถึง 18 เท่า เป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะสะท้อนให้เห็นว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับราคาซึ่งปรับตัวลดลงมามากแล้ว จุดนี้นักลงทุนต่างชาติจึงมองหุ้นไทยแพง ดังนั้นเราต้องแสดงให้นักลงทุนต่างชาติเห็นถึงการเติบโตกำไรของ บจ. ซึ่งยังมีโอกาสเติบโตจากการที่ บจ.ไทยมีการ
กระจายการลงทุนไปต่างประเทศ ทำให้รายได้ไม่ได้จำกัดเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น” รองผู้จัดการ กล่าว
นายภากร กล่าวว่า แม้ค่าพีอีของหุ้นไทยจะสูง แต่หากพิจารณาในแง่ของอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 3.23% อยู่ในระดับสูงอยู่ และเป็นเหตุผลที่ยังแนะนำให้นักลงทุนภายใต้สถานการณ์หุ้นผันผวนให้ลงทุนในหุ้นปันผลพื้นฐานดี และมีการกระจายรายได้ไปลงทุนในต่างประเทศ







