posttoday

คำซัดทอดรับฟังลงโทษจำเลยได้หรือไม่

10 กันยายน 2558

ช่วงนี้มีข่าวคดีอาญาสำคัญหลายคดี เช่น คดีฆ่านายสมยศ  สุธางค์กูร  เจ้าพ่อคาเฟ่พระราม 9  คดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหมสี่แยกราชประสงค์ ทั้งสองคดีมีการจับคนร้ายบางคนได้ และตำรวจอ้างว่าผู้ต้องหาซัดทอดว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดนอกจากตัวเองด้วย เช่น อ้างว่าเป็นผู้จัดหารถ จัดหาปืน  จัดหาที่พัก ชี้เป้า  จ้างวาน  ดูต้นทาง หรือช่วยเหลืออำนวยความสะดวกอื่นๆ เป็นต้น ท่านผู้อ่านหลายท่านสอบถามมาว่า คำซัดทอดระหว่างผู้กระทำความผิดด้วยกัน รับฟังเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลยคนอื่นได้หรือไม่ ทนายคลายทุกข์ขออธิบายดังนี้

ช่วงนี้มีข่าวคดีอาญาสำคัญหลายคดี เช่น คดีฆ่านายสมยศ  สุธางค์กูร  เจ้าพ่อคาเฟ่พระราม 9  คดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหมสี่แยกราชประสงค์ ทั้งสองคดีมีการจับคนร้ายบางคนได้ และตำรวจอ้างว่าผู้ต้องหาซัดทอดว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดนอกจากตัวเองด้วย เช่น อ้างว่าเป็นผู้จัดหารถ จัดหาปืน  จัดหาที่พัก ชี้เป้า  จ้างวาน  ดูต้นทาง หรือช่วยเหลืออำนวยความสะดวกอื่นๆ เป็นต้น ท่านผู้อ่านหลายท่านสอบถามมาว่า คำซัดทอดระหว่างผู้กระทำความผิดด้วยกัน รับฟังเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลยคนอื่นได้หรือไม่ ทนายคลายทุกข์ขออธิบายดังนี้

คำซัดทอดที่มีเหตุผลหรือมิใช่เป็นการปัดความรับผิดของตนรับฟังเพื่อลงโทษจำเลยอื่นได้

1.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1481/2548

คำให้การในชั้นสอบสวนของ ส. และ ช. แม้จะมีลักษณะเป็นคำซัดทอดในระหว่างผู้ต้องหาด้วยกัน แต่ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายห้ามมิให้รับฟังคำให้การเช่นว่านี้เสียทีเดียว หากการซัดทอดมีเหตุผลรับฟังได้ ศาลก็มีอำนาจรับฟังประกอบการพิจารณาได้ ทั้งคำให้การดังกล่าวก็ไม่ปรากฏว่ามีเหตุจูงใจว่าให้การเพื่อให้ตนพ้นความผิดหรือได้รับประโยชน์แต่อย่างใด ศาลจึงรับฟังคำให้การของ ส. และ ช. ประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้

2.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4310-4311/2547

แม้คดีนี้ จ. และ ผ. พยานโจทก์จะเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยทั้งสอง คำเบิกความของ จ. และคำให้การในชั้นสอบสวนของ ผ. จึงถือได้ว่าเป็นคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน และถูกพิพากษาลงโทษไปแล้วในความผิดฐานเดียวกันกับจำเลยทั้งสอง ที่ระบุว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนร้ายที่ร่วมกันลักทรัพย์ด้วย คำซัดทอดดังกล่าวก็มิได้เป็นเรื่องบอกปัดความผิดของผู้ซัดทอดให้เป็นความผิดแต่เฉพาะจำเลยทั้งสองเท่านั้น หากแต่เป็นการเบิกความและให้การถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิดของตนยิ่งกว่าเป็นการปรักปรำจำเลยทั้งสอง ทั้งไม่มีเหตุจูงใจที่จะเบิกความและให้การเพื่อให้ตนเองพ้นผิดหรือได้รับประโยชน์จากการกระทำของตนไม่

3.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810-813/2544

คำให้การของ ส. ซึ่งเป็นผู้กระทำผิดที่พาดพิงถึงจำเลยมีลักษณะเป็นการซัดทอด แต่ก็ใช่ว่าจะรับฟังไม่ได้เสียทีเดียว และ ส. ไม่ได้เป็นจำเลยในคดีนี้ มิใช่เป็นการซัดทอดจำเลยในคดีเดียวกัน ทั้ง ส. มาเบิกความด้วยตนเองโดยตรงต่อศาล มิใช่พยานบอกเล่าจึงรับฟังได้

4.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 64/2540

พยานโจทก์ทั้งสามไม่เคยมีสาเหตุกับจำเลยที่ 2 มาก่อน เบิกความถึงพฤติการณ์ที่จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขายอย่างสอดคล้องเชื่อมโยงกันกอปรด้วยเหตุผล และจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและสอบสวนโดยสมัครใจคำรับสารภาพดังกล่าวย่อมใช้ยันจำเลยที่ 2 ในชั้นพิจารณาได้ และโจทก์ยังมีคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ที่ให้การว่าจำเลยที่ 2 มีส่วนร่วมในการกระทำผิด ซึ่งแม้จะเป็นคำซัดทอดของผู้กระทำผิดด้วยกัน แต่ก็ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้รับฟัง ศาลมีอำนาจรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักเชื่อได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 จริง

5.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2536

ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การซัดทอดจำเลยที่ 2 ซึ่งคำให้การซัดทอดดังกล่าว จำเลยที่ 1 ได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนทันทีในวันที่จำเลยที่ 1 ถูกจับ เป็นการยากที่จำเลยที่ 1 จะปรุงแต่งขึ้นไว้เพื่อต่อสู้คดีหรือปรักปรำจำเลยที่ 2 ทั้งเป็นคำให้การที่มิได้เกิดจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญหลอกลวงหรือโดยมิชอบประการอื่น และคำให้การชั้นสอบสวนของผู้กระทำผิดด้วยกันก็ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายห้ามมิให้ศาลรับฟังแต่อย่างไร ดังนั้นคำให้การของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวน ศาลย่อมนำมาฟังประกอบการพิจารณาลงโทษจำเลยที่ 2 ได้

คำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำความผิดเพื่อปกปิดการกระทำของตน หรือเพื่อให้ตนเองพ้นผิดไม่ต้องรับโทษ รับฟังลงโทษจำเลยคนอื่นไม่ได้

1.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6015/2531

ลำพังคำเบิกความของพยานที่เคยถูกฟ้องเป็นจำเลยในข้อหาลักทรัพย์ของผู้เสียหายรายเดียวกันมาก่อน เป็นคำซัดทอดของผู้ที่ร่วมกระทำผิดด้วยกัน ไม่พอรับฟังลงโทษจำเลย

2.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1659/ 2514

คำพยานของผู้ที่ต้องหาว่าร่วมกระทำผิดกับจำเลยแต่ถูกกันไว้เป็นพยานนั้น มีน้ำหนักน้อยยากแก่การรับฟังเป็นพยานหลักฐานยืนยันการกระทำของจำเลยได้ เพราะพยานอาจจะซัดทอดจำเลย และปกปิดการกระทำผิดของตนเองเสียเป็นการตอบแทนที่ตนมิต้องถูกฟ้องด้วย

โจทก์มีประจักษ์พยานปากเดียวที่ศาลเห็นว่ามีน้ำหนักน้อย ประกอบกับพฤติการณ์พยานโจทก์ก็ผิดปกติวิสัย กับทั้งขาดพยานหลักฐานซึ่งควรนำมาประกอบคดี เช่นนี้ถือว่าพยานหลักฐานโจทก์ตกอยู่ในข่ายสงสัย ซึ่งศาลชอบที่จะยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย

3.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1287/2531

พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้ใช้จ้างวานให้จำเลยที่ 1 กับพวกไปฆ่าผู้ตาย นับว่ามีพฤติการณ์เป็นผู้ที่ร่วมกระทำผิดด้วย จึงถือได้ว่าเป็นคำซัดทอดของผู้ที่กระทำผิดเพื่อให้ตนเองพ้นจากการเป็นผู้ต้องหา เพราะพนักงานสอบสวนย่อมจะกันไว้เป็นพยานเพื่อให้เบิกความปรักปรำจำเลยที่ 2 ทำให้มีข้อระแวงสงสัยว่าพยานอาจกระทำตามลำพังเอง หรืออาจได้รับการติดต่อจากบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่จำเลยที่ 2 ทั้งนี้เพื่อให้ตนและผู้ที่ใช้จ้างวานตนพ้นผิด ดังนี้ คำเบิกความของพยานปากดังกล่าวจึงมีน้ำหนักน้อย จะนำมาใช้ยันจำเลยที่ 2 ซึ่งให้การปฏิเสธตลอดมาหาได้ไม่

การที่จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนว่าพยานปากนี้บอกว่าได้รับการติดต่อจากจำเลยที่ 2 เป็นผู้ว่าจ้างให้ฆ่าผู้ตายนั้น เป็นเพียงพยานบอกเล่าที่จำเลยที่ 1 ได้รับทราบจากปากคำของพยานเท่านั้น จึงไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ (ที่มา-สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ)

สัจจะไม่มีในหมู่โจร ถ้าถูกจับก็มักจะซัดทอดพวกตัวเองเพื่อเอาตัวรอด แต่ลำพังคำซัดทอดไม่เพียงพอรับฟังลงโทษได้ ต้องมีพยานหลักฐานอื่นประกอบด้วย

ข่าวล่าสุด

ททท. จัดใหญ่! ชวนสายแอคทีฟ วิ่ง กิน เที่ยว ช้อป GI ทั่วไทย