posttoday
นาทีนี้... ลงทุนประเทศไหนดี

นาทีนี้... ลงทุนประเทศไหนดี

07 กันยายน 2558

ช่วงนี้หันไปทางไหน ไม่ว่าจะตลาดหุ้น หรือตลาดตราสารหนี้ ต่างก็ทำผลตอบแทนไม่ได้ดั่งใจแทบทั้งนั้น แถมตลาดหุ้นทั่วโลกต่างพากันชะลอตัวลง จนนักลงทุนหลายคนไม่กล้านำเงินออกมาลงทุน บางคนเก็บเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารเพราะรู้สึกปลอดภัยกว่าเลยก็มี บางคนก็รีๆ รอๆ กะว่า หุ้นลงอีกสักหน่อยค่อยเข้าไปซื้อ ถือเป็นเงินสดไว้อุ่นใจกว่า

ช่วงนี้หันไปทางไหน ไม่ว่าจะตลาดหุ้น หรือตลาดตราสารหนี้ ต่างก็ทำผลตอบแทนไม่ได้ดั่งใจแทบทั้งนั้น แถมตลาดหุ้นทั่วโลกต่างพากันชะลอตัวลง จนนักลงทุนหลายคนไม่กล้านำเงินออกมาลงทุน บางคนเก็บเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารเพราะรู้สึกปลอดภัยกว่าเลยก็มี บางคนก็รีๆ รอๆ กะว่า หุ้นลงอีกสักหน่อยค่อยเข้าไปซื้อ ถือเป็นเงินสดไว้อุ่นใจกว่า

แต่ช้าก่อน ...เรากำลังกังวลกับคลื่นรบกวนระยะสั้นๆ จนทำให้เป้าหมายที่เคยมีไขว้เขวหรือเปล่าครับ และเราคงลืมไปแล้วว่า ...เรากำลัง Timing ตลาด คือ รอจนถูกที่สุดแล้วค่อยซื้อ ซึ่งเราอาจรอจนไม่ได้ซื้อเลยก็เป็นได้

อย่าลืมว่า เราลงทุนเพื่ออนาคตไม่ใช่ลงทุนแค่วันนี้ ...การจะลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง เราต้องมองว่าราคา ณ วันนี้ ผลตอบแทนที่จะได้รับในอนาคตมันคุ้มหรือไม่ และปัจจุบันก็มีความเสี่ยงสำคัญๆ 2 เรื่องเท่านั้นที่ตลาดให้ความสนใจ คือ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดว่าจะส่งผลต่อตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างไร

เพราะฉะนั้น ณ ตอนนี้ ผมก็ยังคงยืนยันว่าเป็น หุ้น เป็นทรัพย์สินไหนน่าลงทุน เนื่องจากได้รับพิสูจน์แล้วว่าหากเป็นการลงทุนระยะยาว หุ้นมักจะทำผลตอบแทนโดยรวมได้ดีกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น และที่สำคัญในภาวะที่มีความไม่แน่นอนแบบนี้ เราถือเป็นโอกาสเสมอ

ส่วนภูมิภาคไหนยังน่าลงทุน ผมว่า ทั้งหุ้นไทย หุ้นนอก ต่างก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ในไทยเราก็ได้มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งก็ถือว่าเป็นหนึ่งความหวังที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตตามคาด และอย่าลืมว่าไทยเองก็ถือว่าเป็นผู้นำในอาเซียน ในระยะต่อไปคงได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อย ส่วนสหรัฐกับจีนก็น่าสนใจ ซึ่งอาจต้องรอจังหวะสักหน่อย รอว่าหลังจากเฟดประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้วทิศทางเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร

แต่ในตอนนี้ผมคิดว่ายุโรปกับญี่ปุ่นน่าสนใจที่สุด นอกจาก 2 ตลาดมีการออกมาตรการคิวอี ซึ่งส่งผลดีต่อตลาดหุ้นเหมือนมีแต้มต่อแล้ว ราคาหุ้นของทั้งสองตลาดยังคุ้มค่าที่จะลงทุน

ญี่ปุ่นถือเป็นระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากอเมริกาและจีน ซึ่งเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องทั้งในปีนี้และปีหน้า เห็นได้จากล่าสุดก็มีการปรับผลประกอบการขึ้น 0.8% เพราะได้รับผลบวกจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลง ซึ่ง JPMorgan คาดว่าผลประกอบการบริษัทญี่ปุ่นอาจเติบโต 15-20% ในปีนี้และปีหน้า และ Forward P/E อยู่ที่ 15.5 ก็ถือว่าราคาไม่แพงเกินไปครับ

ส่วนยุโรป จะคล้ายๆ อเมริกาเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว สมัยที่เริ่มทำคิวอีครั้งแรกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งตลาดหุ้นได้รับประโยชน์มาก และขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้อยู่ ธนาคารกลางยุโรปก็ส่งสัญญาณขยายมาตรการคิวอีต่อไปอีก ก็ยิ่งย้ำให้เห็นถึงความน่าสนใจในการลงทุนหุ้นยุโรป นอกจากนั้นค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าลงมามากก็ช่วยกระตุ้นภาคส่งออก ซึ่งส่งผลต่อรายได้ของบริษัทจดทะเบียนอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเศรษฐกิจยุโรปมีสัดส่วนการส่งออกกว่า 40% และเมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยมูลค่าหุ้นก็อยู่ที่ 14.3 ซึ่งยังต่ำค่าเฉลี่ยระยะยาวอยู่ที่ 20.5 ครับ

บลจ.ธนชาต ก็ได้มีการเปิดขาย 2 กองทุน คือ กองทุนหุ้นญี่ปุ่น (T-JapanEQ) ลงใน Schroder ISF-Japanese Opportunities และกองทุนหุ้นยุโรป (T-EuropeEQ) ลงใน Investec European Equity Fund ขายครั้งแรก 2-9 ก.ย.

อย่าหวั่นไหวในปัจจัยระยะสั้น จนทำให้เป้าหมายระยะยาวของเราสั่นคลอนนะครับ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน