
‘เอสซีจี’บุกหนักอาเซียน
เอสซีจีชี้ตลาดอาเซียนยังรุ่ง เดินหน้าแผนเข้าซื้อกิจการเพิ่มอีก 2 ประเทศ เวียดนาม-อินโดฯ
เอสซีจีชี้ตลาดอาเซียนยังรุ่ง เดินหน้าแผนเข้าซื้อกิจการเพิ่มอีก 2 ประเทศ เวียดนาม-อินโดฯ
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทมองเห็นโอกาสการควบรวมและเข้าซื้อกิจการบริษัทในต่างประเทศเพิ่มเติม (M&A หรือ Mergers and Acquisitions) ในประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต
ขณะเดียวกัน ยังสร้างการเติบโตจากในกลุ่มอาเซียนด้วย ซึ่งเป็นไปตามแผนการขยายงานของกลุ่มบริษัท โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ยอดขายส่งไปอาเซียนและยอดขายจากฐานผลิตในอาเซียนของกลุ่มบริษัท มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 23% จาก 21% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่สัดส่วนยอดขายภายในประเทศลดลงมาที่ 61% จาก 63% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนที่เหลือเป็นสัดส่วนการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก
สำหรับความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในปีนี้เติบโตราว 3% จากปีก่อน แม้รัฐบาลออกแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาก็ตาม ที่ใช้เม็ดเงินกว่า 1.3 แสนล้านบาท โดยจะต้องรอดูผลของมาตรการที่ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมก่อน แต่เบื้องต้นเชื่อว่าจะมองว่าเป็นมาตรการที่เป็นบวกและจะลงไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง
“ช่วงครึ่งปีแรกความต้องการใช้ปูนซีเมนต์เป็น 0% แต่มั่นใจว่าครึ่งปีหลังจะเป็นบวก คาดว่าทั้งปีจะเติบโตที่ 3% จากเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น” นายกานต์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้อนุมัติงบวิจัยและการพัฒนาหรือ R&D ในปี 2559 ที่จำนวน 6,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 4,900 ล้านบาทในปีนี้ หรืออยู่ที่ราว 1% ของยอดขาย และคาดว่าในปี 2560 จะเพิ่มเป็น 1.5% ของยอดขายมาอยู่ที่กว่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนในทุกธุรกิจ ทั้งซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์
นายกานต์ กล่าวว่า ยอดขายของบริษัทในปีนี้จะลดลงจากระดับ 4.88 แสนล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากราคาปิโตรเคมีที่ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมัน ขณะที่ยอดขายปิโตรเคมีเป็นสัดส่วนราว 50% ของยอดขายของกลุ่ม ซึ่งเมื่อราคาลดลงราว 30% ในช่วงที่ผ่านมาก็มีผลกระทบต่อยอดขายรวมทั้งหมด สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายการทำกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากส่วนต่าง (สเปรด) ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ดีขึ้นมาก หลังในช่วงไตรมาส 2/2558 สเปรดพุ่งขึ้นถึงกว่า 800 เหรียญสหรัฐ/ตัน ขณะที่ในช่วงไตรมาส 3 จะอ่อนตัวตามฤดูกาล แต่ในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส ปรากฏว่าสเปรดอ่อนตัวลงจากไตรมาส 2







