posttoday
ที่ดินเขตอุตฯ อินโดฯพุ่ง 10 เท่า

ที่ดินเขตอุตฯ อินโดฯพุ่ง 10 เท่า

03 กันยายน 2558

ราคาที่ดินในเขตอุตสาหกรรมอินโดฯ พุ่ง 10 เท่า แนะรายใหม่หาที่ดินนอกเขต

ราคาที่ดินในเขตอุตสาหกรรมอินโดฯ พุ่ง 10 เท่า แนะรายใหม่หาที่ดินนอกเขต

นายนิรันดร์ ฟูกาญจนานนท์ ผู้อำนวยการสายงานวางแผนธุรกิจ บริษัท ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี เปิดเผยว่า ราคาที่ดินในเขตอุตสาหกรรมของอินโดนีเซียในปี 2558 ปรับขึ้นจากปี 2553 ราว 10 เท่าตัว เนื่องจากปัจจุบันระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานในอินโดนีเซียยังไม่กระจายอย่างทั่วถึง พื้นที่เขตอุตสาหกรรมซึ่งมักจะมีสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานแล้ว จึงมีราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ราคาที่ดินในเขตอุตสาหกรรมตอนนี้สูงกว่านอกเขตอุตสาหกรรมมาก และยังมีแนวโน้มจะปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 5 ปีจากนี้” นายนิรันดร์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะลงทุนในอินโดนีเซีย จึงควรเลือกหาพื้นที่นอกเขตอุตสาหกรรมที่มีน้ำประปา ไฟฟ้าพร้อมรองรับการลงทุน แม้อาจจะเป็นพื้นที่ที่หาได้ยาก แต่จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจได้มาก

ปัจจุบัน การลงทุนในอินโดนีเซียมีความสะดวกมากขึ้นหลายด้าน เช่น สำนักงานส่งเสริมการลงทุนของอินโดนีเซีย (บีเคเอ็มพี) เริ่มให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนต่างชาติมากขึ้น นายโจโก วิโดโด ประกาศให้การขออนุญาตลงทุนต้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว ชัดเจน การยกเลิกกฎที่บังคับให้ชาวต่างชาติทยอยถอนทุนออกไปเมื่อครบกำหนดระยะเวลาหนึ่ง รวมถึงการลงทุนพัฒนาสนามบิน ท่าเรือ และทางด่วนแห่งใหม่ มูลค่านับแสนล้านเหรียญ

อย่างไรก็ดี การลงทุนในอินโดนีเซียยังมีอุปสรรคอยู่บ้าง เช่น การเข้มงวดเรื่องการนำชาวต่างชาติเข้าไปทำงานในอินโดนีเซีย ทักษะบาฮาซาอินโดนีเซีย เนื่องจากชาวอินโดนีเซียจำนวนมากพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

ด้าน นายณัฐชาติ วิรุฬหอัศว ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มที่ปรึกษาเศรษฐกิจและธุรกิจ บริษัท โบลลิเกอร์ แอนด์ คอมพานี (ประเทศไทย) กล่าวว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีทิศทางเปลี่ยนแปลงไปมาก จากเดิมเป็นผู้ส่งออกทรัพยากรพลังงานรายใหญ่ ขณะนี้เก็บไว้ใช้ในประเทศเองแล้ว การส่งออกสินค้าจากอินโดนีเซียไปออสเตรเลียก็ทำได้ง่ายขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงไม่ควรแค่ส่งสินค้าเข้าไปขายในอินโดนีเซีย แต่ควรเข้าไปลงทุนเอง

ทั้งนี้ พื้นที่เขตอุตสาหกรรมพิเศษของอินโดนีเซียมีอยู่ทั้งสิ้น 61 แห่ง อยู่ในแถบเกาะชวาตะวันตกมากที่สุด 32 แห่ง ตามด้วยเกาะชวากลาง-ตะวันออก 10 แห่ง เกาะกาลิมันตัน 2 แห่ง และเกาะสุลาเวสี 2 แห่ง ขณะเดียวกันอินโดนีเซียยังมีเขตส่งเสริมการส่งออกอีก 1 แห่งในหมู่เกาะบาเตม คือ เขตบาเตม-บินตัน-กาลิมัน

อย่างไรก็ดี การลงทุนในเขตอุตสาหกรรมพิเศษและเขตส่งเสริมการส่งออกของอินโดนีเซีย มีสิทธิประโยชน์ไม่แตกต่างจากการลงทุนนอกเขตมากนัก โดยหากลงทุนในเขตจะได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีการนำเข้าสินค้าทุกชนิด แต่หากลงทุนนอกเขตจะได้รับยกเว้นภาษีการนำเข้าเครื่องจักร สินค้า และวัตถุดิบการผลิตเป็นเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น

สำหรับอุตสาหกรรมที่ไทยมีโอกาสลงทุนหรือประกอบธุรกิจในอินโดนีเซีย ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตร เกษตรแปรรูป ประมง และอาหาร อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมร้านอาหาร เนื่องจากมีทรัพยากร แรงงาน สภาพภูมิอากาศเหมาะสม

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่