posttoday
หุ้นได้ดีราคาน้ำมันดิ่ง

หุ้นได้ดีราคาน้ำมันดิ่ง

03 กันยายน 2558

โดย...สมบัติ เอกวรรณพัฒนา

โดย...สมบัติ เอกวรรณพัฒนา

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) วิเคราะห์หุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิ่งแรง ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มสายการบิน ศูนย์การค้าและโรงภาพยนตร์

เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ดิ่งลงถึง 8.5% อยู่ที่ 49.56 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เช้าวันที่ 2 ก.ย. อ่อนตัวลงต่ออีก 1.1% มายืนที่ระดับ 49 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจจีนและสหรัฐออกมาในลักษณะอ่อนตัวลง แม้ก่อนหน้าได้มีการดีดกลับขึ้นมาจากยอดต่ำสุดที่ 42.2 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2558 ก็ตาม ทำให้เกิดความกังวลถึงเศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัวลงแรง

ดังนั้น จึงทำให้มีหุ้นที่เสียประโยชน์ เช่น พลังงาน ซึ่งรายการที่นักลงทุนกังวลที่สุด คือ ขาดทุนจากสต๊อก เพราะราคาปิดล่าสุด วันที่ 30 มิ.ย. ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 63.59 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ถือว่าลดลง 14.59 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หากเทียบกับราคาน้ำมันปัจจุบัน

สำหรับหุ้นที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคาดว่าจะเป็นกลุ่มขนส่งที่ชัดเจนที่สุดจะเป็นสายการบิน เพราะต้นทุนเชื้อเพลิงเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 30-35% แต่ปกติแล้วจะมีการป้องกันความเสี่ยงไว้ด้วยการทำการเฮดจิ้ง แล้วแต่นโยบายของแต่ละบริษัท แต่หากปล่อยให้เป็นสปอตมากก็จะได้ประโยชน์

นอกจากนี้ ยังสามารถนำการประหยัดต้นทุนพลังงานไปใช้กลยุทธ์การตลาดได้ เช่น ลดค่าโดยสารบางเส้นทางที่ไม่ได้รับความนิยมเป็นต้น หุ้นที่มีพื้นฐานดีในกลุ่ม คือ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) และบริษัท การบินกรุงเทพ (BA)

กลุ่มที่ได้ประโยชน์ตามมา คือ วัสดุก่อสร้าง เพราะมีต้นทุนในการผลิตที่สูง เช่น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) มีต้นทุนถ่านหินและไฟฟ้ารวมกันประมาณ 55-60% รวมทั้งสามารถประหยัดค่าขนส่งได้อีก จากราคาน้ำมันขายปลีกที่ปรับลง ส่วนบริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) ก็จะได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบยางมะตอยที่ต่ำลง

กลุ่มพาณิชย์ ค้าปลีก-ค้าส่ง เช่น บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) บริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) และบริษัท สยามโกล
บอลเฮ้าส์ (GLOBAL) ได้ประโยชน์จากการประหยัดค่าโลจิสติกส์ ขนส่งสินค้าไปยังสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ อีกทั้งสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าที่ใช้ตามสาขาลดลงได้อีก ส่วนการที่ผู้บริโภคจ่ายค่าน้ำมันลดลง ก็มีเงินเหลือไปจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าได้เพิ่ม นอกจากนี้กลุ่มหลักทรัพย์นี้ยังได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐที่เพิ่งผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกด้วย ในการอัดฉีดเม็ดเงินไปยังระดับผู้มีรายได้น้อยโดยเฉพาะต่างจังหวัด

กลุ่มอื่นๆ ก็ได้รับประโยชน์ คือ ภาคการผลิตต่างๆ เช่น ยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ ได้ประโยชน์จากราคาวัสดุก่อสร้างที่ลดลงหรือกิจการที่มีการใช้ไฟฟ้าในการดำเนินธุรกิจก็จะประหยัดได้มากขึ้น เช่น ศูนย์การค้า บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ (SF) โรงภาพยนตร์ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) รวมทั้งท่องเที่ยวและโรงแรม เป็นต้น แต่ก็เป็นสัดส่วนของค่าใช้จ่ายไม่ถึงกับสูงนัก ประมาณ 4-6% ของรายได้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน