
ตลาดกล้องส่งสัญญาณฟื้น ปรับกลยุทธ์เชื่อมสมาร์ทโฟน
แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยในปีนี้หลายคนจะบอกว่าแย่กว่าปีที่ผ่านมา
โดย...จะเรียม สำรวจ
แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยในปีนี้หลายคนจะบอกว่าแย่กว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในผู้บริโภคระดับรากหญ้า จึงทำให้หลายภาคธุรกิจต้องปรับแผนทำการตลาด เพื่อรับมือกับปัจจัยลบที่เกิดขึ้น
แต่สำหรับภาพรวมตลาดกล้องถ่ายรูปในปีนี้ถือเป็นปีที่มีอัตราการเติบโตสวนกระแสภาพรวมเศรษฐกิจ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายหลักที่ซื้อกล้องถ่ายรูปจะเน้นไปที่กลุ่มคนที่มีกำลังซื้อเป็นหลัก ประกอบกับปีนี้บรรดาผู้ประกอบการในตลาดกล้องถ่ายรูปมีการปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยการหันมาผลิตกล้องถ่ายรูปที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทันที เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชอบถ่ายรูปแล้วแชร์ผ่านโลกโซเชียลมีเดีย
ธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊กคาเมร่า กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีหลายคนกลัวว่าการที่ผู้บริโภคหันไปใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้นจะทำให้กล้องถ่ายรูปมียอดขายลดลงนั้น หากย้อนกลับไปช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ยอมรับว่าภาพรวมตลาดกล้องถ่ายรูปได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวจริง แต่หลังจากผู้ประกอบการในตลาดกล้องถ่ายรูปมีการปรับตัว ด้วยการผลิตกล้องรุ่นใหม่ในกลุ่มกล้องเปลี่ยนเลนส์ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ ส่งผลให้ภาพรวมยอดขายกล้องเริ่มปรับตัวดีขึ้น
แนวโน้มที่ดีดังกล่าวเห็นได้จากยอดขายกล้องของบิ๊กคาเมร่าในปีนี้ ซึ่งตั้งแต่ไตรมาสแรกเป็นต้นมามียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของไตรมาสแรกมียอดขายเติบโตสูงถึง 20% ขณะที่ไตรมาส 2 มียอดขายเติบโตสูงถึง 40% ส่งผลให้ภาพรวมยอดขายครึ่งปีแรกของบิ๊กคาเมร่ามีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 20% สูงกว่าภาพรวมทั้งปีที่คาดการณ์ไว้ว่าจะมีอัตราการเติบโตได้ที่ 10%
ธนสิทธิ์ กล่าวว่า ตลาดกล้องที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุดในปีนี้ คือ กล้องมิร์เรอร์เลส (Mirrorless) เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่หันมาปรับตัวในการทำตลาด ด้วยการออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายกล้องมิร์เรอร์เลสมากขึ้น พร้อมกับชูฟังก์ชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า จึงทำให้ปัจจุบันตลาดกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ถูกกล้องมิร์เรอร์เลสกินส่วนแบ่งการตลาดไปแล้วที่ 70% ที่เหลืออีก 30% เป็นกล้องดีเอสแอลอาร์
ขณะเดียวกัน ยังเชื่อว่าในอนาคตกล้องมิร์เรอร์เลสจะกินส่วนแบ่งในตลาดกล้องอื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งตลาดที่คาดว่าจะโดนกินส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด คือ ตลาดกล้องคอมแพกต์ เนื่องจากปัจจุบันยังคงมียอดขายปรับตัวลดลงต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตามหากเปรียบเทียบกับช่วง 3-4 ปีก่อนปีนี้ ถือเป็นปีที่ตลาดกล้องคอมแพกต์มียอดขายตกลงน้อยที่สุดเหลือตัวเลข 1 หลัก
แนวโน้มดังกล่าวถือว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับภาพรวมตลาดกล้อง โดยปีนี้คาดการณ์ว่าจะทรงตัวด้วยการมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตลาดรวมกล้องถ่ายรูปในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตติดลบสูงถึง 30-40%
ธนสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เหตุผลที่ทำให้ปีนี้ภาพรวมตลาดกล้องถ่ายรูปยังคงมีอัตราการเติบโตที่ทรงตัว สวนหนึ่งเกิดจากปัจจัยลบทางด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้บริโภคในระดับรากหญ้า หากภาครัฐมีการเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อตามที่วางแผนไว้ เชื่อว่าจะทำให้ภาพรวมตลาดกล้องปรับตัวดีขึ้นเป็นบวกอย่างแน่นอน
สำหรับภาพรวมยอดขายของบริษัท บิ๊ก คาเมร่า ในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีรายได้เติบโตมากกว่า 10% จากที่วางเป้าหมายไว้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน เนื่องจากช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้แล้ว 2,000 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 20% ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวทางบริษัท บิ๊ก คาเมร่า จึงมีแผนที่จะปรับเป้าหมายรายได้ใหม่ เนื่องจากช่วงไตรมาส 4 เป็นช่วงหน้าขายสินค้า
ทั้งนี้ กิจกรรมส่งเสริมการขายที่ทางบริษัท บิ๊ก คาเมร่า จะนำมากระตุ้นยอดขายในช่วงไตรมาส 4 ที่จะถึงนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 กิจกรรมหลัก คือ งานโฟโต้แฟร์ และงานบิ๊ก โบนัส ส่วนไตรมาสนี้ล่าสุดได้จัดงานบิ๊ก คาเมร่า บิ๊ก โปรเดย์ ครั้งที่ 3 เพื่อส่งท้ายไตรมาส 3 โดยหลังจากจบการจัดงานวันที่ 6 ก.ย.นี้ คาดว่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
แนวโน้มดีๆ ที่เกิดขึ้นในปีนี้น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาดกล้องถ่ายรูปในประเทศไทย เพราะขนาดเศรษฐกิจไม่ดียอดขายยังเพิ่มขึ้น ถ้าเศรษฐกิจดีตลาดกล้องต้องฟื้นตัวเป็นบวกแน่นอน







