
กูรูมองเกมชิง‘4จี’ ค่ายมือถือฝืนใจเคาะแข่งประมูล
การเปิดให้เอกชนรับซองเอกสารเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 4 หรือ 4จี 2 ใบอนุญาต เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
การเปิดให้เอกชนรับซองเอกสารเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 4 หรือ 4จี 2 ใบอนุญาต เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
เมื่อปรากฏว่ามีผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ในประเทศ 4 กลุ่ม 5 บริษัท เข้ามารับซอง ได้แก่ ค่ายเอไอเอส ในนามบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ค่ายดีแทค ในนามบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต และบริษัท ดีแทค บรอดแบนด์ ค่ายทรูมูฟ ในนามบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น และกลุ่มจัสมิน ในนามบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์
จึงต้องจับตามองว่าการประมูลรอบนี้จะมีการแข่งขันเคาะราคากันเพียงใด และจะส่งผลให้ตลาดโทรคมนาคมเป็นไปในทิศทางใด
วิชัย เบญจรงคกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง ในฐานะประธานสมาคมสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย (ทีเอฟไอที) ผู้ซึ่งคร่ำหวอดในสมรภูมิธุรกิจสื่อสารมานานปี ประเมินว่า การประมูลไลเซนส์ 4จี รอบนี้ ผู้ประกอบการจะถูกแรงบีบจากตลาดมือถือที่ต้องการแบนด์วิดท์ (ปริมาณรับส่งข้อมูลของอินเทอร์เน็ต) จำนวนมาก
“การใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ บนโทรศัพท์มือถือที่ต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา และนับวันความต้องการใช้จะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ประกอบการจึงต้องมีขนาดคลื่นความถี่อย่างเพียงพอ ซึ่งการมีคลื่นความถี่ใหม่ๆ จะช่วยระบายความหนาแน่นของความถี่เดิมได้ และหากปริมาณการใช้งานเยอะเกินไป แต่ขนาดของคลื่นยังมีเท่าเดิม คุณภาพบริการก็จะลดลง ลูกค้าจะไม่พอใจ ดังนั้น การได้คลื่นความถี่ใหม่เข้ามาเสริมจะช่วยรักษาฐานลูกค้ารายเก่าและรองรับลูกค้ารายใหม่ สรุปแล้วตลาดมีดีมานด์อยู่และผู้ให้บริการรายเดิมจะต้องประมูลคลื่นมาให้ได้” วิชัย กล่าว
เช่นค่ายเอไอเอสที่จะเหลือเพียงคลื่น 2100 MHz เท่านั้น จึงต้องการได้คลื่นเพิ่ม หรือค่ายดีแทคและทรูมูฟ ที่มีคลื่น 2100 MHz และคลื่นจากสัญญาสัมปทานที่ยังไม่หมดอายุ แต่การได้คลื่นใหม่ไว้ในมือเหมือนการซื้อประกันว่าบริษัทจะมีคลื่นความถี่ใช้งานต่อไป
“ผู้ให้บริการรายใหญ่อันดับ 2 และ 3 คงไม่ได้หวังลูกค้าเท่าเดิมแน่ แต่ต้องขยับเป็นที่ 1 ให้ได้ จึงต้องเพิ่ม capacity เพื่อรองรับแบนด์วิดท์ และงานนี้หากรายใดประมูลคลื่นไม่ได้ ถือว่าเสียหาย เพราะถ้าไม่มีความถี่ให้ใช้หรือมีไม่พอใช้งาน ก็จะเสียโอกาสขยายฐานลูกค้า จึงไม่มี Growth ซึ่งในโลกธุรกิจ ถ้าคู่แข่งโตแต่คุณไม่โตก็เท่ากับถอยหลัง”วิชัย ประเมิน
ในขณะที่ผู้ให้บริการบรอดแบนด์เช่นค่ายจัสมิน ที่เข้ามารับซองประมูลครั้งนี้ด้วย ก็หวังจะได้คลื่นความถี่มาครอบครองเพื่อให้การบริการอินเทอร์เน็ตแบบ full wireless broadband แม้ว่าจะมีความกังวลบ้างเกี่ยวกับการลงทุนตั้งสถานีใหม่ซึ่งมีต้นทุนสูง ในขณะที่อัตราค่าบริการอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันที่ถูกลงมาก หรืออาจประมูลคลื่นมาและเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย โดยเปิดให้ผู้ให้บริการเสมือน (Mobile Virtual Network Operator) เช่าไปให้บริการเฉพาะพื้นที่ก็ได้ แต่ที่สุดแล้วก็ต้องดูที่จุดคุ้มทุนแต่ละโมเดลธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดจะต้องการใช้งานคลื่นเพิ่มขึ้น แต่การสู้ราคาอาจจบเหมือนเมื่อครั้งประมูลคลื่น 2100 MHz เพื่อให้บริการ 3จี ซึ่งค่ายมือถือเคาะราคาแข่งกันไม่กี่ครั้งแล้วการประมูลก็จบลง และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพิ่มราคาประมูลขั้นต้นเป็น 80% ของราคาประเมินคลื่น
วิชัย ยังมองว่า แม้การประมูลคลื่น 4จี จะสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ทั้งผู้ให้บริการรายเดิมและรายใหม่ แต่โอกาสที่จะเกิดผู้ให้บริการรายใหม่มีค่อนข้างน้อย เพราะรายใหม่จะต้องลงทุุนตั้งสถานีฐานถี่ๆ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่บริหาร ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก ต่างจากผู้ให้บริการรายเดิมที่แบ่งปันทรัพยากรเดิมที่มีอยู่แล้วมาให้บริการ 4จี ได้ จึงมีต้นทุนต่ำกว่ารายใหม่
นอกจากนี้ ผู้ให้บริการรายใหม่ต้องสร้างความแตกต่างและการให้บริการจะต้องดีกว่ารายเดิม เช่น หากเป็นอินเทอร์เน็ตมือถือต้องให้เร็วชนิดที่เรียกว่า “เร็วปรี๊ดๆ” และอัตราค่าบริการต้องไม่สูง จุดคุ้มทุนจึงต้องใช้เวลานาน ขณะที่กฎระเบียบต่างๆ ยังไม่เอื้อให้เกิดผู้ให้บริการรายใหม่เข้ามาในตลาดมากนัก
“โอกาสเกิดรายใหม่ค่อนข้างน้อย ยกเว้นจะเปิดเสรี หรือหากมีการผ่อนคลายกฎระเบียบในอนาคต ก็ยังมีโอกาสที่จะเห็นผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาในตลาด เพราะในอนาคตยังมีความถี่ที่ต้องประมูลอีกเยอะ”วิชัย ระบุ







