
รื้อ4บริษัทลูกสนองท่องเที่ยว
ผู้ว่าการ ททท.คนใหม่เล็งเป้า 4 ธุรกิจบริษัทลูกจัดกลุ่มถือหุ้นต่อ-ขายทิ้ง
ผู้ว่าการ ททท.คนใหม่เล็งเป้า 4 ธุรกิจบริษัทลูกจัดกลุ่มถือหุ้นต่อ-ขายทิ้ง
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เตรียมนำข้อมูลรายละเอียดการลงทุนในบริษัทลูกที่ถือหุ้น 4 แห่ง ได้แก่ บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ ที่ถือหุ้น 30% บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด (ทีพีซี) ผู้บริหารโครงการบัตรไทยแลนด์ อีลิทการ์ด ที่ถือหุ้น 100% ธุรกิจน้ำพุร้อนสันกำแพงที่ถือหุ้น 50% และบริษัท บางพระ กอล์ฟ อินเตอร์แนชชั่นแนล ที่ถือหุ้นอยู่ 20% เพื่อพิจารณาผลตอบแทนที่เกิดขึ้น หากธุรกิจใดเป็นภาระกับงบประมาณของรัฐ ททท.จะต้องหาแนวทางเพื่อลดภาระต่อไป
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ททท.ที่ถือหุ้นในบริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจแต่กลับไม่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดยุทธศาสตร์การบริหารจัดการอย่างแท้จริง โดยเฉพาะบริษัท ทีพีซี ซึ่งมีภาพลักษณ์การทำงานที่หลายฝ่ายติดตามว่าจะเดินหน้าต่อหรือยุบกิจการ ดังนั้น ททท.จะเข้าไปศึกษาแผนธุรกิจและผลการดำเนินงานอย่างละเอียด กำหนดแล้วเสร็จภายใน 3 เดือนข้างหน้า
นอกจากนี้ ททท.จะเร่งจัดทำแพ็กเกจเสนอแนวทางดำเนินการในแต่ละบริษัท เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ททท.เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ โดยแพ็กเกจต่างๆ จะกำหนดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความจริงในการบริหารจัดการของบริษัท เช่น หากดำเนินการต่อไปควรมีอัตราการเติบโตต่อปีที่ชัดเจนอย่างไร หรือหากจะยกเลิกการถือหุ้นควรดำเนินการอย่างไรบ้าง
“ททท.มีสิทธิพิจารณาว่า บริษัทลูกรายใดควรสนับสนุนต่อหรือบริษัทที่เป็นภาระกับงบประมาณรัฐบาลควรยกเลิกหรือแปรสภาพใดให้เหมาะสม เช่น เข้าไปทำหน้าที่เป็นกรรมการในทุกบริษัทเพื่อร่วมกำหนดนโยบาย” นายยุทธศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารต้องการให้ตัวเองเป็นประธานกรรมการ บริษัท ทีพีซี เพื่อเร่งศึกษาโครงสร้างแผนธุรกิจอย่างจริงจัง เพราะทุกธุรกิจที่ ททท.เข้าไปลงทุนล้วนมีส่วนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ สามารถเชื่อมโยงต่อยอดการดำเนินธุรกิจได้ แต่ต้องมีแผนการบริหารจัดการที่ชัดเจน
นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับแนวคิดของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ต้องการปรับปฏิรูป ททท.โดยให้แยกขาดจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้น มองว่าโครงสร้างการทำงานในปัจจุบันเป็นโครงสร้างที่เหมาะสมอยู่แล้ว







