
ทีทีอาร์จับมือ2แบงก์ฉีดสินเชื่อลงทุนนอก
โพสต์ทูเดย์
— ผู้แทนการค้าดันผู้ประกอบการไทยกู้ธนาคารรัฐ บุกตลาดนอกประเทศนายวัชระ พรรณเชษฐ์ ผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) ลงนามความร่วมมือในการสร้างศักยภาพทางการเงินให้นักธุรกิจไทยออกสู่สากลกับ 3 หน่วยงาน คือ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
นายวัชระ กล่าวว่า ขณะนี้มีโครงการนำร่อง 9 โครงการ ได้แก่ ศูนย์ซ่อมรถและอะไหล่ในสหรัฐ โดยจะร่วมมือกับสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เข้าซื้อกิจการร้านซ่อมรถ เริ่มสาขาแรกที่ลอสแองเจลิส ปลายเดือน ก.ค.นี้ ตั้งเป้าหมายขยาย 3 สาขา ใน 3 เดือน โครงการไทยทาวน์ ในลอสแองเจลิส และคาดว่าจะขยายโครงการออกไปยังซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โครงการร้านอาหารไทยในสหรัฐ เน้นอาหารฟาสต์ฟู้ด การขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สร้างบ้านพักคนงาน 2 หมื่นคนในรัสเซีย 1.2 หมื่นยูนิต ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถส่งวัสดุก่อสร้างไปขายได้อีกทางหนึ่ง
โครงการสร้างศูนย์กลางเรือยอชต์ที่ จ.ภูเก็ต โครงการสร้างศูนย์กระจายอาหารใน 4 มุมเมืองของประเทศคู่ค้าที่สำคัญเช่นในแถบยุโรป โครงการครีเอทีฟ อีโคโนมิก โดยร่วมมือกับ บริษัท กันตนา ลงทุนสร้างห้องตัดต่อที่ลาว เขมร และเวียดนาม และโครงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ให้สามารถสร้างชื่อของตัวเองติดตราสินค้าไทยได้ โดยจะเสนอรายชื่อผู้ประกอบการเพื่อยื่นเรื่องขอสินเชื่อในการสนับสนุนกิจการ
“
สำหรับวงเงินที่จะยื่นขอสินเชื่อนั้นยังไม่สรุป เนื่องจากขณะนี้จะมีการเชิญผู้ประกอบการเข้ามาหารือกับสถาบันการเงินเพื่อประเมินถึงความสามารถของผู้ประกอบการว่าจะดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน” นายวัชระ กล่าว”
นายวัชระกล่าวนายโสฬส สาครวิศว ผู้จัดการเอสเอ็มอี แบงก์ กล่าวว่า ธนาคารมีสินเชื่อหลายประเภทที่พร้อมให้บริการกับผู้ประกอบการ ได้แก่ สินเชื่อครัวไทยสู่ครัวโลก วงเงินสูงสุดต่อราย 40 ล้านบาท สินเชื่อร้านอาหารไทย และธุรกิจแฟรนไชส์ สปาและนวดแผนไทย
ด้านนายสมพร จิตเป็นธม รองผู้จัดการเอ็กซิมแบงก์ กล่าวว่า เอ็กซิมแบงก์พร้อมที่จะปล่อยสินเชื่อและมีบริการเพื่อช่วยเหลือลูกค้าหลายโครงการ อาทิ สินเชื่อแพ็กกิงเครดิต ตั้งเป้าหมาย 22.6 หมื่นล้านบาท อนุมัติไปแล้ว 1.31.4 หมื่นล้านบาท, การประกันการส่งออก , การรับซื้อการประกันการส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน+6 ซึ่งจะช่วยผู้ส่งออกในกรณีที่ผู้ซื้อล้มละลายหรือไม่สามารถจ่ายค่าสินค้าได้ จะได้รับเงินชดเชยความเสียหายตามมูลค่าสินไหมที่ทำประกัน







