posttoday
ตีกัน ‘อิตาเลียนไทย’ เปิดศึกชิงเดินรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน

ตีกัน ‘อิตาเลียนไทย’ เปิดศึกชิงเดินรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน

25 สิงหาคม 2558

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

ยังไม่ทันข้ามคืนหลังการเปลี่ยนตัว รมว.คมนาคม จาก พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็น อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ได้เกิดแรงกระเพื่อมระลอกแรกในวงการผู้รับเหมาและผู้รับจ้างงานในโครงการภาครัฐ

เมื่อมีกระแสข่าวว่า บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ บีเอ็มซีแอล จะยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คัดค้านข้อเสนอ อาคม ที่จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 25 ส.ค. ทบทวน “วิธีการคัดเลือก” เอกชนมาเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ ระยะทาง 27 กม.

ย้อนกลับไปในช่วงต้นปี คณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่มี พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้การเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายจะเป็นรูปแบบ“การเดินรถต่อเนื่อง” ต่อมาเกิดความยุ่งยากในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ปี 2535 มีการปรับเปลี่ยนตัวประธานคณะกรรมการตามมาตรา 13 อย่างน้อย 2 ครั้ง

ที่สุดแล้วในช่วงเดือน เม.ย. 2558 คณะกรรมการตามมาตรา 13 มีมติเห็นชอบให้ใช้ “วิธีเจรจาตรง” กับเอกชนที่ได้รับสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเดิม (รถไฟฟ้าใต้ดิน) คือ บีเอ็มซีแอล เพื่อให้มีการเดินรถต่อเนื่อง ขณะที่การคัดเลือกเอกชนโดยวิธีการเจรจาดังกล่าว รฟม.เห็นว่าจะลดภาระการลงทุนทั้งในงานระบบ ห้องควบคุม ศูนย์ซ่อมบำรุง ฯลฯ ได้กว่า 9,000 ล้านบาท จากนั้นได้เสนอมติคณะกรรมการตามมาตรา 13 ให้บอร์ด รฟม.เห็นชอบ และดำเนินการตามขั้นตอน พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ปี 2535 ต่อไป  

แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ด สศช.) มีมติไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะกรรมการตามมาตรา 13 และเห็นควรให้การคัดเลือกเอกชนมาเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายด้วย “วิธีการเปิดประมูลเป็นการทั่วไป”

ต่อมาในวันที่ 4 ส.ค. 2558 พล.อ.ยอดยุทธ ได้เรียกประชุมบอร์ด รฟม. และมีมติรับทราบผลการพิจารณาของบอร์ด สศช.ที่เห็นชอบให้การคัดเลือกเอกชนใช้วิธีการเปิดประมูล แต่บอร์ด รฟม.ยังคงยืนยันที่จะเจรจากับเอกชนรายเดิม

“รูปแบบของ รฟม.ต้องการให้เดินรถต่อเนื่อง เนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายมีรูปแบบเดินรถเป็นวงกลม และควรเร่งหาข้อสรุปเพื่อเซ็นสัญญาเดินรถให้ได้ภายในกลางปี 2559 เพื่อลดการเหลื่อมระยะเวลาระหว่างงานโยธากับงานเดินรถ” พล.อ.ยอดยุทธ กล่าว

ทว่า พลันที่มีการเปลี่ยนตัว รมว.คมนาคม มติ รฟม.ที่ยืนยันว่าจะใช้วิธีเจรจาตรงอาจเปลี่ยนไปตามมติบอร์ด สศช.ที่ต้องการให้มีการเปิดประมูลเพื่อจัดหาเอกชนมาเดินรถไฟฟ้าส่วนนี้ และจะมีความโปร่งใสมากกว่าการเจรจาตรงเพราะบีเอ็มซีแอลยังคงเข้ามาร่วมประมูลแข่งกับเอกชนเจ้าอื่นๆ ที่เสนอตัวเข้ามาได้ อีกครั้งบีเอ็มซีแอลจะได้เปรียบผู้ประมูลรายอื่นเนื่องจากสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมของรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีอยู่เดิมได้ ทำให้เสนอราคาได้ต่ำกว่าปกติ 9,000 ล้านบาท

เพียงแต่ รฟม.ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการเปิดประมูล เพราะต้องใช้เวลามากกว่าการเจรจา 6 เดือนถึง 1 ปี บวกกับเวลาส่งมอบรถอีก 3 ปี ซึ่งจะส่งผลให้เส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินส่วนต่อขยายที่จะแล้วเสร็จในปี 2562 จะกลายเป็น “รางเปล่า” เนื่องจากเอกชนไม่สามารถลงทุนงานระบบและจัดหารถมาวิ่งได้ทันหลังงานโยธาแล้วเสร็จ

ที่สำคัญ มีกระแสข่าวว่า บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ มีการเตรียมการที่จะเข้าร่วมประมูลเดินรถไฟฟ้าสายนี้แข่งกับบีเอ็มซีแอลแล้ว และแม้ว่าบริษัท อิตาเลียนไทยฯ จะไม่มีประสบการณ์เดินรถไฟฟ้ามาก่อน แต่สามารถหาพันธมิตรมาร่วมเดินรถไฟฟ้าได้ เช่นเดียวกับที่บีเอ็มซีแอลได้พันธมิตรมาร่วมลงทุนระบบเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน 18 สถานี เมื่อปี 2547 ขณะที่การจัดหาขบวนรถและการลงทุนงานระบบก็จัดหาจากบริษัทพันธมิตรจากญี่ปุ่นเช่นกัน 

จึงเป็นเรื่องยากๆ ที่รอให้ อาคม ต้องตัดสินใจหลังขึ้นรั้งตำแหน่ง รมว.คมนาคม เพียงไม่กี่วัน

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่