
"อนันตพร" ขอ3เดือนสางปัญหาพลังงาน
"อนันตพร" ตีกรอบเวลา3เดือนสางปัญหาพลังงานที่ยังมีความขัดแย้งทั้งเปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบใหม่-สัมปานฯเก่า-โรงไฟฟ้าถ่านหิน
"อนันตพร" ตีกรอบเวลา3เดือนสางปัญหาพลังงานที่ยังมีความขัดแย้งทั้งเปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบใหม่-สัมปานฯเก่า-โรงไฟฟ้าถ่านหิน
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงพลังงานในโอกาสเข้ามาทำหน้าที่รมว.พลังงานว่า ขอใช้เวลา3 เดือนในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในเรื่องนโยบายพลังงานที่สำคัญโดยจะสรุปให้ได้ว่าแต่ละเรื่องจะเดินหน้าไปในทิศทางใด ทั้งการเปิดสำรวจแหล่งปิโตรเลียมรอบใหม่ครั้งที่ 21 การจัดการกับสัมปทานปิโตรเลียมที่หมดอายุ การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน รวมถึงการปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(เอ็นจีวี)
ทั้งนี้ประเด็นการเปิดสำรวจปิโตรเลียมฯรอบใหม่ยอมรับว่าล่าช้า แต่จะพยายามเร่งดำเนินการ ซึ่งจะมาพิจารณาว่ามีความจำเป็นอย่างไร โดยขอดูข้อมูลที่ถูกต้องของแต่ละฝ่าย ในหลักการถ้าข้อมูลที่ได้มายืนยันว่าทำแล้วไม่เกิดวิกฤตก็ต้องมาฟังข้อมูล ส่วนร่างแก้ไขพ.ร.บ.ปิโตรเลียม ที่ได้ดำเนินการไปแล้วนั้น ได้มีการกำหนดให้ใช้ระบบสัมปทานและระบบแบ่งปันผลผลิต(พีเอสซี) ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) อย่างไรก็ตามมีแนวคิดให้ตั้งคณะกรรมกการ3 ฝ่ายเพื่อมาหารือในเรื่องนี้ คาดว่าภายใน 3 เดือนจะตกลงใจจะเดินหน้าอย่างไร
สำหรับการปรับโครงสร้างราคาเอ็นจีวี นั้น ราคาเอ็นจีวีอยู่ที่ 13 บาทต่อก.ก. ยังต่ำกว่าต้นทุนอยู่ที่ 14 บาทต่อก.ก. หากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบให้ปรับราคาสะท้อนต้นทุน ก็คงจะต้องดำเนินการไปตามนั้น ส่วนกรณีที่กลุ่มรถบรรทุกไม่เห็นด้วยกับการปรับขึ้นราคา โดยอ้างเรื่องภาวะเศรษฐกิจ ก็คงจะต้องไปดูว่าที่ผ่านมาราคาดีเซลลดลงมาก แล้วผู้ประกอบการขนส่งได้ลดค่าขนส่งตามต้นทุนหรือไม่
ด้านการเก็บภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ภาคขนส่งนั้น ยังมีเวลาในการพิจารณาขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณากฏหมาย ในหลักการต้องมองเรื่องความเป็นธรรมของผู้ใช้ถนนที่ผู้ใช้รถควรจะจ่ายภาษีในอัตราเท่าเทียมกัน แต่ก็ต้องพิจารณาดูด้วยว่าประชาชนจะเดือดร้อนหรือไม่
พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า ปัญหาต่างๆของกระทรวงพลังงานเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ ขอให้มั่นใจว่าจะทำงานด้วยความตั้งใจ ซื่อสัตย์ สุจริต ตรงไปตรงมา สิ่งใดที่ทักท้วง ไม่เห็นด้วยจะแก้ปัญหาให้ถูกจุด ทำให้ข้อมูลให้เป็นที่กระจ่าง โดยหลักการแนวทางของกระทรวงพลังงานจะทำหน้าที่จัดหาพลังงานให้เกิดความยั่งยืน ให้มีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตามในวันนี้พลังงานยังมีเพียงพอแต่ถ้าจัดการไม่ดีก็ถึงจุดวิกฤต ดังนั้นสิ่งที่อยู่ในแผนให้เดินหน้าไปแต่อะไรที่เป็นอุปสรรคก็ต้องมาแก้ปัญหากัน
“นโยบายใหม่ๆที่อยากทำคือปรับปรุงบทบาทของกระทรวงพลังงาน ทำอย่างไรให้ประชาชนเชื่อถือ ต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์จุดนี้ ซึ่งอาจต้องเปลี่ยนวิธีการนำเสนอ ซึ่งไม่ได้หมายความว่ากระทรวงพลังงานมีข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ แต่เป็นเรื่องการวิธีการมากกว่า ไม่เช่นนั้นแล้วจะเกิดปัญหาต่อเนื่อง ซึ่งโดยส่วนตัวพร้อมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย รวมถึงเอ็นจีโอและที่ผ่านมาก็รับฟังมาโดยตลอด”พล.อ.อนันตพร กล่าว
พล.อ.อนันตพร กล่าวถึงการสอบสวนโครงการโรงไฟฟ้าไอพีพี 5,000 เมกะวัตต์ ของกลุ่มบริษัทกัลฟ์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำหน้าที่เป็นประธานณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณครัฐ (คตร.) นั้น วันนี้อยู่ในฐานะรมว.พลังงานคงต้องมาสานต่อในสิ่งที่เคยเสนอกระทรวงพลังงานไว้แล้ว ในเรื่องการตรวจสอบสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ในหลักการ ต้องมาตรวจสอบในสัญญาว่าถูกหรือผิด และคงไม่ใช่การจับผิดอะไร ตอนนี้ยังบอกรายละเอียดไม่ได้







