posttoday
เครื่องสำอางตีปีก

เครื่องสำอางตีปีก

21 สิงหาคม 2558

ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอางฉบับใหม่ผ่านความเห็นของสภานิติบัญญัติ (สนช.) แล้วรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อนมีผลบังคับใช้

ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอางฉบับใหม่ผ่านความเห็นของสภานิติบัญญัติ (สนช.) แล้วรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อนมีผลบังคับใช้

ร่าง พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. ...ฉบับใหม่ จะเน้นมาตรการส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจ ด้วยการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ สามารถผลิตเครื่องสำอางตามมาตรฐานของประเทศคู่ค้าได้ แต่ต้องไม่มีการนำมาขายในประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยในระดับสากล ซึ่งต่อปีไทยส่งออกเครื่องสำอางสู่ตลาดโลกในอันดับต้นๆ ของอาเซียน ปีละกว่า1 แสนล้านบาท และมีมูลค่าการผลิตและจำหน่ายในประเทศประมาณ 1.5 แสนล้านบาท 

สาระสำคัญของกฎหมายที่เป็นการคุ้มครองผู้บริโภค เช่น 1.ได้ปรับปรุงและเพิ่มเติมนิยามเครื่องสำอางให้ชัดเจน ครอบคลุมตามหลักสากล เช่น การส่งออก โฆษณา สื่อโฆษณา

2.ปรับปรุงมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค เช่น การกำหนดคุณลักษณะของเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย วัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ชื่อ ปริมาณ และเงื่อนไขของวัตถุที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง หลักเกณฑ์วิธีการผลิต วิธีการนำเข้า วิธีการเก็บรักษาเครื่องสำอาง การรับแจ้งและการรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้เครื่องสำอาง ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า เพื่อขายต้องจัดไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และเพิ่มอำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการสั่งให้ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้นำเข้าเพื่อขาย ผู้ขายหรือผู้ครอบครองจัดเก็บหรือเรียกคืนเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้และเครื่องสำอางปลอมเพื่อทำลาย หรือส่งมอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด

3.กำหนดให้ผู้ที่จะผลิตหรือนำเข้าเพื่อขายทุกประเภทต้องแจ้งรายละเอียดของเครื่องสำอางต่อเจ้าหน้าที่ก่อนผลิตหรือนำเข้า จากเดิมที่กำหนดบางประเภทเท่านั้น

4.เพิ่มข้อกำหนดเรื่องการโฆษณาเครื่องสำอางจะต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค จากเดิมที่ต้องอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาบังคับใช้โดยอนุโลม รวมทั้งกำหนดให้เลขาธิการมีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้ประกอบการแก้ไขข้อความโฆษณาหรือห้ามการโฆษณาหรือโฆษณาเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิด

นอกจากนี้ ยังปรับปรุงบทบัญญัติเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ให้เอื้อต่อการส่งออก เพิ่มความรวดเร็วและอำนวยความสะดวกตามกฎหมายของประเทศคู่ค้า และเพิ่มโอกาสให้องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับดูแลเครื่องสำอางมากขึ้น รวมทั้งกำหนดให้ผู้ขอจดแจ้ง ผู้จดแจ้ง หรือผู้ทำการโฆษณา มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งต่างๆ เช่น คำสั่งไม่ออก/ ไม่ต่ออายุใบรับจดแจ้ง คำสั่งเพิกถอนใบรับจดแจ้ง คำสั่งเกี่ยวกับการโฆษณา โดยมีการกำหนดวิธีการอุทธรณ์คำสั่ง ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ ให้กระบวนการเสร็จสิ้นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันได้รับคำอุทธรณ์ และให้ขยายระยะเวลาออกไปได้ไม่เกินเก้าสิบวันในกรณีที่จำเป็น รวมทั้งได้เพิ่มโทษให้สูงขึ้นสำหรับการฝ่าฝืน ลักลอบผลิต/นำเข้า/ขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย และกำหนดให้เลขาธิการ อย.มีอำนาจเปรียบเทียบคดีได้ในกรณีเป็นความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวหรือมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน