
‘อาทิตย์’ นำไทยพาณิชย์เสริมแกร่ง รับเศรษฐกิจโลกผันผวน
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
การดำเนินธุรกิจของธนาคารพาณิชย์เป็นไปด้วยความยากลำบาก ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง ตลาดเงินตลาดทุนผันผวน จากนโยบายการเงินโลกที่แตกต่างกันในประเทศยักษ์ใหญ่
อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ยอมรับว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกยังคาดเดายากว่าจะฟื้นเมื่อใด เพราะจีน ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกยังอยู่ในช่วงขาลง ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐแม้กำลังมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าจะสามารถจะแบกรับทั้งโลกที่กำลังทรุดได้หรือไม่
‘ห่วงสงครามค่าเงินโลก’
อาทิตย์ กล่าวว่า โลกทั้งโลกเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว สาเหตุที่เศรษฐกิจจีนชะลอ ไม่ใช่เพียงการติดเบรกการบริโภคภายในประเทศ แต่ยังเป็นผลจากเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาจนกระทบภาคการส่งออก จนจีนต้องปรับนโยบายการเงินให้อ่อนลงเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน จนเสี่ยงที่จะเกิดสงครามค่าเงินตามมา
ส่วนสหรัฐนั้น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในเดือน ก.ย.นี้ เพราะปัจจัยเริ่มเปลี่ยนหลังแนวโน้มเงินเฟ้อยังขยายตัว กลายเป็นแรงกดดันการตัดสินใจให้เร็วขึ้น เพราะหากช้าไปอาจจะเกิดฟองสบู่ขึ้นได้
ในเรื่องสงครามค่าเงินนับว่าน่ากลัว เพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่รู้จะหยุดอย่างไร เพราะแต่ละประเทศพื้นฐานไม่เหมือนกัน ส่วนไทยยังค่อนข้างแข็งแกร่งด้วยทุนสำรองระหว่างประเทศสูง 1.7-1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าจะเกิดการไหลออกบ้างแต่ก็ยังห่างไกลอันตราย
ที่ต้องติดตามคือ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่เศรษฐกิจอ่อนแอจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำ จนกระทบดุลต่างประเทศและทุนสำรองระหว่างประเทศ สะท้อนจากค่าเงินริงกิตและรูเปียห์ที่อ่อนค่าหนัก ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าความอ่อนแอของเพื่อนบ้านจะลุกลามจนส่งผลกระทบไปทั่วภูมิภาคหรือไม่
‘อย่าประมาทกับพื้นฐานแกร่ง’
ที่ผ่านมามีตัวอย่างวิกฤตหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งก่อนที่จะเกิดเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเฟื่องฟูและเป็นเวลาที่คิดว่าไม่มีทางเกิดได้ เช่น เศรษฐกิจไทยเมื่อปี 2539 หรือก่อนเกิดแฮมเบอร์เกอร์ไครซิสจากปัญหาซับไพรม์เมื่อปี 2550
สำหรับเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน หลายคนมองว่าไทยมีพื้นฐานที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง มีทุนสำรองระหว่างประเทศเพียงพอ แต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจจะมาถึงเมื่อไหร่ เพราะมีโอกาสได้ทุกเมื่อ
อาทิตย์ เปรียบเทียบปรากฏ การณ์ดังกล่าวเป็นโจ๊กเกอร์ ด้วยสภาพเศรษฐกิจโลกที่เกี่ยวเนื่องโยงใยมีผลถึงกันได้หมด ทำให้คาดเดาไม่ได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ที่คิดว่าใช่ ก็อาจจะเปลี่ยนไปได้
‘เลิกคาดเดา เร่งเสริมแกร่ง’
อาทิตย์ กล่าวว่า มีการหารือกันในระดับผู้บริหารว่าเราไม่ควรอยู่กับการพนันว่าวิกฤตจะเกิดหรือไม่ แต่ต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ เตรียมพร้อมรองรับในสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดที่อาจเกิดขึ้น แล้วเรายังสามารถอยู่รอดได้
สถานการณ์ที่มองเห็นชัดในขณะนี้คือ โลกกำลังเผชิญกับปัญหาราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำ ซึ่งส่งผลให้ประชากรในประเทศผู้ผลิตมีกำลังซื้ออ่อนแรงลง จึงเป็นเรื่องยากมากที่เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวสูงเมื่อไม่มีแรงผลักดัน
กระบวนการภายในของธนาคารไทยพาณิชย์ในตอนนี้ จึงมีการทบทวนความมั่นคงของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยใน 2 ด้าน คือ สภาพคล่อง และเงินกองทุน ปัจจุบัน ธนาคารมีความสามารถทำรายได้ดี มีการเสริมเงินกองทุนอย่างต่อเนื่องจากอัตราส่วนเงินกองทุนทึ่ 16-17% จากเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 8.5%
ส่วนในด้านสภาพคล่อง ต้องหมั่นเติมให้เพียงพออยู่เสมอ โดยเฉพาะสภาพคล่องในรูปเงินเหรียญสหรัฐต้องหนาอยู่ตลอด เนื่องจากธนาคารมีการทำดีลหรือโครงการใหญ่ที่ต้องใช้เงินทุนเงินเหรียญสหรัฐมาก เมื่อปล่อยไปต้องรีบเติมเข้ามาทันที อย่าวางใจ
“คิดดูว่าหากเกิดเหตุการณ์ตลาดเงินปิด หาเงินเหรียญสหรัฐไม่ได้ เราจะวุ่น ลูกค้าก็เดือดร้อน ฉะนั้นช่วงที่สถานการณ์ทุกคนระมัดระวังราคาอาจจะแพงบ้าง แต่ต้องทำ มีตัวอย่างของรอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ (RBS) มาแล้ว มีกำไรสูงมาตลอดแต่ก็เจ๊งได้ ฉะนั้นต้องถ่วงสมดุลทั้งการทำกำไรและการดูแลความเสี่ยง”
อย่างไรก็ตาม ธนาคารไม่เคยตั้งเป้าหมายให้กำไรลดลง แต่สุดท้ายถ้าต้องเลือก จะขอเลือกความแข็งแรงมาก่อน เพราะหากสถานการณ์ยังเปราะบางเช่นนี้ต่อไป ยังดั้นด้นที่จะหากำไรเพิ่มขึ้นมากๆ นั่นคือ การฆ่าตัวตาย โดยกำไรนั้นต้องมาจากของจริง ไม่ใช่ล่ากำไรจากธุรกิจที่คนอื่นทิ้ง
‘แบงก์รู้บทบาทช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ’
อาทิตย์ กล่าวว่า หากธนาคารระมัดระวังตัวเองมากเกินไป ไม่ปล่อยสินเชื่อ คิดแต่ดอกเบี้ยแพงๆ เพราะมีความเสี่ยงมาก สุดท้ายรายได้จะลดลงเรื่อยๆ และกลับมากระทบตัวเอง โดยธนาคารไทยพาณิชย์เข้าไปช่วยผู้ประกอบการให้แข็งแกร่งตั้งแต่ธุรกิจรายใหญ่ ไล่ลงมายังซัพพลายเชนรายกลาง รายเล็ก ไปถึงรายย่อย
ส่วนการดูแลตัวเองหลังปล่อยสินเชื่อนั้น ในฐานะที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง หากพบว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ขยับขึ้น จะสั่งให้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญทันที และเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเอ็นพีแอลเกิดขึ้นจากอะไร
อย่างไรก็ดี แม้ธนาคารจะไม่ได้เข้มงวดสินเชื่อ ยังคงหลักเกณฑ์ปกติ แต่คุณภาพของลูกค้าด้อยลงจึงอาจเป็นเหตุผลที่ถูกปฏิเสธ ขณะเดียวกันธนาคารไม่ได้มองเพียงตัวเลขเท่านั้น แต่ยังพิจารณาถึงแนวโน้มธุรกิจด้วย เช่น เพิ่มกำลังการผลิตช่วงนี้ไปทำไม หรือสร้างห้างขนาดยักษ์ในช่วงนี้จะมีคนซื้อหรือไม่
“บทบาทหนึ่งของสถาบันการเงินคือ ต้องช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะหากเศรษฐกิจอยู่ไม่ได้ แบงก์ก็อยู่ไม่ได้ ฉะนั้นขณะที่เราระมัดระวังตัวเองอยู่นั้น ต้องแน่ใจด้วยว่าได้เข้าไปมีส่วนพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ดิ่งเหวแล้ว”







